เมื่อพูดถึง Cloud Computing ชื่อของยักษ์ใหญ่จากอเมริกาอย่าง AWS, Azure หรือ Google Cloud มักจะเป็นที่รู้จักกันดี แต่หากเราเบนเข็มทิศมายังทวีปเอเชีย ภูมิทัศน์การแข่งขันจะเปลี่ยนไป ที่นี่คืออาณาจักรของ Alibaba Cloud หรือ Alicloud ผู้ให้บริการคลาวด์อันดับ 1 ในเอเชีย ที่ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธุรกิจนับล้านทั่วโลก
แล้วอะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้ Alibaba Cloud ครองตลาดที่ใหญ่และหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก? Alibaba Cloud คืออะไร? และความได้เปรียบในบ้านเกิดในประเทศจีนส่งผลต่อบริการในระดับโลกอย่างไร? เตรียมพบกับเรื่องราวของคลาวด์ที่เติบโตจากความต้องการจริง สู่การเป็นผู้นำเทคโนโลยีที่กำลังกำหนดอนาคตของเอเชีย
Alibaba Cloud คืออะไร? ทำความรู้จักยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย

Alibaba Cloud หรือที่รู้จักในชื่อ “Aliyun” (อาลีหยุน) คือหน่วยธุรกิจด้านคลาวด์คอมพิวติ้งและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Alibaba Group อาณาจักรอีคอมเมิร์ซและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 โดยมีจุดเริ่มต้นจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการทำธุรกรรมมหาศาลของธุรกิจในเครืออย่าง Taobao และ Tmall
ดังนั้น หัวใจของ Alibaba Cloud หรือ Alicloud จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับ “สเกลขนาดใหญ่, ความเร็วสูง, และความน่าเชื่อถือขั้นสุด” ด้วยประสบการณ์ในการจัดการข้อมูลและทราฟฟิกขนาดมหึมา ทำให้ Alibaba Cloud เติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นผู้ให้บริการคลาวด์อันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และติดอันดับต้นๆ ของโลก
ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้บริการ Alibaba Cloud

https://dgtlinfra.com/alibaba-cloud-data-center-locations
ธุรกิจที่ใช้บริการ Alibaba Cloud มีความหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก สตาร์ทอัพ ไปจนถึงธุรกิจเฉพาะทางในแต่ละประเทศ โดยสามารถแบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้
1. ธุรกิจในเครือ Alibaba Group

https://www.examinechina.com/10-facts-about-alibaba/
กลุ่มธุรกิจที่ใช้ Alibaba Cloud อย่างเต็มรูปแบบและเป็นข้อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงคือบริษัทในเครือของ Alibaba เอง ซึ่งต้องรองรับทราฟฟิกและข้อมูลปริมาณมหาศาล
- Taobao และ Tmall: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในจีน ทุกกระบวนการตั้งแต่การแสดงผลสินค้า ระบบสั่งซื้อ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ล้วนทำงานบน Alibaba Cloud
- Ant Group (Alipay): แพลตฟอร์มฟินเทคและการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้ Alibaba Cloud ในการประมวลผลธุรกรรมทางการเงินหลายพันล้านรายการต่อวันอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว
- Cainiao Network: บริษัทโลจิสติกส์ที่ใช้เทคโนโลยีคลาวด์และ AI ในการจัดการและติดตามพัสดุหลายพันล้านชิ้นทั่วโลก
- Youku: แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งชั้นนำของจีน ใช้บริการ Media Services และ CDN ของ Alibaba Cloud เพื่อส่งมอบคอนเทนต์วิดีโอคุณภาพสูงให้แก่ผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคน
หากคุณกำลังมองหาโซลูชั่น Alibaba Cloud สำหรับองค์กรคุณ
Tangerine ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cloud Platform กว่า 15 ปี พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับคุณ
2. ธุรกิจ E-commerce และค้าปลีกทั่วโลก
ด้วยความเชี่ยวชาญจาก Taobao ทำให้ Alibaba Cloud เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับธุรกิจค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ
- Lazada: หนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้โครงสร้างพื้นฐานของ Alibaba Cloud เพื่อรองรับการเติบโตและให้บริการใน 6 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย
- Tokopedia (ส่วนหนึ่งของ GoTo): อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของอินโดนีเซีย ก็เป็นอีกหนึ่งลูกค้ารายสำคัญที่ใช้บริการของ Alibaba Cloud
- เถ้าแก่น้อย (Tao Kae Noi) ประเทศไทย: ผู้ผลิตและจำหน่ายสาหร่ายปรุงรสชื่อดังของไทย ได้นำโซลูชันของ Alibaba Cloud มาใช้ในการขยายธุรกิจสู่อีคอมเมิร์ซและตลาดต่างประเทศ
3. ธุรกิจสื่อและบันเทิง
- Gree: ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศรายใหญ่ของจีน ใช้โซลูชัน IoT และ Big Data ของ Alibaba Cloud ในการพัฒนาระบบ Smart Home
- A PLUS Japan: บริษัทพัฒนาเกมมือถือจากญี่ปุ่น ใช้บริการของ Alibaba Cloud เพื่อสร้างความเสถียรให้ระบบฐานข้อมูลและเครือข่ายสำหรับเกมที่เปิดให้บริการทั่วโลก
4. ธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมการผลิต
- Ford Motor Company: ใช้ Alibaba Cloud ในการพัฒนาระบบเชื่อมต่อสำหรับรถยนต์ในประเทศจีน เช่น ระบบ Infotainment และบริการดิจิทัลอื่นๆ
- Volvo Cars: ร่วมมือกับ Alibaba Cloud พัฒนาระบบปฏิบัติการในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จำหน่ายในจีน
จะเห็นได้ว่ากลุ่มลูกค้าของ Alibaba Cloud มีความหลากหลาย แต่มีจุดร่วมที่สำคัญคือ ธุรกิจที่ต้องการเจาะตลาดเอเชีย โดยเฉพาะจีน, ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและค้าปลีก, และธุรกิจที่ต้องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI และ Big Data ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สุดของ Alibaba Cloud นั่นเอง
ความได้เปรียบที่แท้จริงของ Alicloud เหนือคู่แข่ง
การเป็นผู้นำในเอเชียและตลาดจีนไม่ได้เป็นเพียงตำแหน่งทางการตลาด แต่เกิดจากความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์และเทคนิคที่คู่แข่งรายอื่นยากจะลอกเลียนแบบได้ นี่คือจุดเด่นที่แท้จริงซึ่งธุรกิจควรพิจารณา
1. ประตูสู่ตลาดจีนและเอเชียที่หาใครเทียบยาก (The Unparalleled Gateway to China & Asia)

https://dgtlinfra.com/alibaba-cloud-data-center-locations
นี่คือความได้เปรียบที่สำคัญที่สุด หากธุรกิจของคุณมีเป้าหมายที่จะบุกตลาดจีนที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน Alibaba Cloud คือหนึ่งในคำตอบที่ง่ายที่สุดและแทบจะเป็นทางเดียว
- ความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ: ตลาดจีนมีกฎระเบียบด้านอินเทอร์เน็ตและข้อมูลที่ซับซ้อนและเข้มงวดมาก (เช่น การขอใบอนุญาต ICP) Alibaba Cloud ซึ่งเป็นบริษัทท้องถิ่น มีความเข้าใจและมีโซลูชันที่พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านี้อย่างครบถ้วน ช่วยลดภาระและความเสี่ยงให้ธุรกิจต่างชาติที่ต้องการเข้าไปทำตลาดได้อย่างมหาศาล ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ที่คลาวด์จากตะวันตกต้องเผชิญ
- เครือข่ายในแผ่นดินใหญ่: มี Data Center ที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศจีน ทำให้สามารถบริการผู้ใช้งานชาวจีนได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพสูงสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่คลาวด์เจ้าอื่นที่ไม่มีศูนย์ข้อมูลในจีนโดยตรงไม่สามารถทำได้
2. เทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้วจากสมรภูมิที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Battle-Tested at World-Class Scale)
บริการของ Alibaba Cloud ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในห้องทดลอง แต่ถูกหล่อหลอมและพิสูจน์ตัวเองจากสมรภูมิ E-commerce ที่โหดที่สุดในโลกอย่าง Taobao, Tmall และเทศกาล Shopping ต่างๆ
- ความเสถียรที่พิสูจน์แล้ว: เทคโนโลยีเบื้องหลังอย่าง ApsaraDB (ฐานข้อมูล) หรือ Object Storage Service (OSS) ได้รองรับการทำธุรกรรมหลายแสนรายการต่อวินาที และการเข้าถึงข้อมูลพร้อมกันจากคนหลายร้อยล้านคนมาแล้ว ความเสถียรในระดับนี้คือการการันตีว่าระบบของคุณจะสามารถรับมือกับโหลดงานที่หนักหน่วงที่สุดได้จริง
- นวัตกรรมที่เกิดจากความต้องการจริง: ฟีเจอร์หลายอย่าง เช่น ระบบ AI แนะนำสินค้า หรือระบบป้องกันการฉ้อโกง (Anti-fraud) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริงของ Alibaba Group ทำให้โซลูชันเหล่านี้ใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพสูง
3. Ecosystem ที่เป็นมากกว่าแค่ Cloud แต่คือโซลูชันธุรกิจดิจิทัล
การใช้ Alibaba Cloud ไม่ได้หมายถึงการเช่าใช้แค่ Server หรือ Storage แต่คือการเข้าถึงระบบนิเวศทางธุรกิจดิจิทัลที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
- เชื่อมต่อทุกมิติ: สามารถเชื่อมต่อบริการคลาวด์เข้ากับแพลตฟอร์มอื่นๆ ในเครือได้อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็น Ant Group (Fintech และการชำระเงิน), Cainiao (Logistics และการขนส่ง), และ Alimama (แพลตฟอร์มการตลาดดิจิทัล) ลองนึกภาพธุรกิจค้าปลีกที่สามารถใช้คลาวด์, ระบบจ่ายเงิน, การตลาด, และการขนส่งที่ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์จากผู้ให้บริการรายเดียว นี่คือสิ่งที่คู่แข่งไม่มี
- โซลูชันเฉพาะทาง: มีความเข้าใจในธุรกิจค้าปลีก, สื่อ, และการเงินอย่างลึกซึ้ง ทำให้สามารถนำเสนอโซลูชันสำเร็จรูป (Turnkey Solution) ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเหล่านี้ได้ดีกว่าผู้ให้บริการคลาวด์ทั่วไป
จุดเด่นที่ทำให้ Alibaba Cloud แตกต่างและน่าสนใจสำหรับธุรกิจไทย

https://voi.id/en/technology/452153
- ความเข้าใจในตลาดเอเชียอย่างลึกซึ้ง (Deep Asia Market Insight): นี่คือจุดแข็งที่สุด Alibaba Cloud มีศูนย์ข้อมูล (Data Center) กระจายอยู่ทั่วทวีปเอเชีย รวมถึง มี Data Center ในประเทศไทย ทำให้การเข้าถึงบริการมีความเร็วสูงและค่าความหน่วงต่ำ (Low Latency) เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้บริการลูกค้าในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- โซลูชันสำหรับ E-commerce และ Retail โดยเฉพาะ: ด้วย DNA ที่เกิดจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทำให้ Alibaba Cloud มีโซลูชันที่ “พร้อมรบ” สำหรับธุรกิจค้าปลีกโดยเฉพาะ เช่น ระบบ Live Commerce, การจัดการ Flash Sale, ระบบแนะนำสินค้าอัจฉริยะ, และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ Taobao และ Lazada (ในเครือ Alibaba) ใช้งาน
- ประสิทธิภาพด้านต้นทุน (Cost-Effectiveness): มีชื่อเสียงในด้านโครงสร้างราคาที่แข่งขันได้ ทำให้ธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs และสตาร์ทอัพ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้ในงบประมาณที่สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจที่สุด
- ระบบนิเวศที่ครบวงจร (Complete Ecosystem): สามารถเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ ในเครือของ Alibaba Group ได้อย่างไร้รอยต่อ เช่น ระบบชำระเงิน (Ant Group), บริการโลจิสติกส์ (Cainiao), และแพลตฟอร์มการตลาดดิจิทัล ซึ่งช่วยสร้างโซลูชันแบบครบวงจรได้
- มีอธิปไตยด้านข้อมูล Data Sovereignty: องค์กรสามารถจัดเก็บข้อมูลไว้ภายในประเทศได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับและนโยบายด้านข้อมูลของหลายหน่วยงานในประเทศไทย
หากคุณกำลังมองหาโซลูชั่น Alibaba Cloud สำหรับองค์กรคุณ
Tangerine ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cloud Platform กว่า 15 ปี พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับคุณ
เจาะลึกบริการหลักของ Alibaba Cloud (IaaS, PaaS, SaaS)
Alibaba Cloud มีบริการมากกว่าร้อยบริการ ครอบคลุมทุกความต้องการทางธุรกิจ โดยสามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่หลักๆ ได้ดังนี้

https://www.alibabacloud.com/en/knowledge/what-is-iaas?_p_lc=1
1. บริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure as a Service – IaaS)
เปรียบเสมือนการเช่าที่ดินและเครื่องมือพื้นฐานเพื่อสร้างบ้านเอง ผู้ใช้จะได้รับทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์ที่ยืดหยุ่นและทรงพลัง
- Elastic Compute Service (ECS): หัวใจหลักของ IaaS เป็นบริการ Virtual Machine (VM) ที่สามารถปรับขนาด CPU, RAM, และ Storage ได้ตามต้องการ มีความเสถียรสูง เหมาะสำหรับใช้รันเว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, หรือระบบงานต่างๆ เทียบได้กับ EC2 ของ AWS
- Object Storage Service (OSS): บริการจัดเก็บข้อมูลแบบอ็อบเจกต์ที่มีความทนทานสูง ปลอดภัย และราคาถูก เหมาะสำหรับการเก็บไฟล์ทุกประเภท เช่น รูปภาพ วิดีโอ ไฟล์ Log หรือข้อมูลสำรอง (Backup) สามารถเก็บข้อมูลได้ไม่จำกัดและเรียกใช้จากที่ไหนก็ได้
- Networking (VPC, SLB): บริการสร้างเครือข่ายเสมือนส่วนตัว (Virtual Private Cloud – VPC) เพื่อแยกสภาพแวดล้อมบนคลาวด์ให้ปลอดภัย และบริการกระจายโหลด (Server Load Balancer – SLB) เพื่อกระจายทราฟฟิกไปยังเซิร์ฟเวอร์หลายตัว ป้องกันปัญหาระบบล่มเมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมาก
2. บริการด้านแพลตฟอร์ม (Platform as a Service – PaaS)
เหมือนการเช่าบ้านที่มีโครงสร้างและระบบสาธารณูปโภคพร้อมแล้ว นักพัฒนาสามารถนำโค้ดและข้อมูลเข้ามาใส่เพื่อรันแอปพลิเคชันได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการ Server
- ApsaraDB: ชุดบริการฐานข้อมูลประสิทธิภาพสูงที่รองรับ Database Engine ยอดนิยมหลากหลายชนิด เช่น MySQL, PostgreSQL, SQL Server, Redis (สำหรับ Caching) และ MongoDB (สำหรับ NoSQL) จุดเด่นคือการจัดการที่ง่ายดาย มีระบบสำรองข้อมูลและกู้คืนอัตโนมัติ
- Container Service for Kubernetes (ACK): บริการสำหรับจัดการ Container ด้วย Kubernetes (K8s) ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ช่วยให้นักพัฒนาสามารถ Deploy, จัดการ และ Scale แอปพลิเคชันที่อยู่ในรูปแบบของ Container ได้อย่างสะดวกและเป็นอัตโนมัติ
- MaxCompute: แพลตฟอร์ม Data Warehouse ขนาดใหญ่ที่สามารถประมวลผลข้อมูลระดับ Petabyte ได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการทำ Big Data Analytics เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ
3. บริการพิเศษและโซลูชันเฉพาะทาง
นอกเหนือจากบริการหลัก ยังมีบริการเฉพาะทางที่ทรงพลังอีกมาก เช่น:
- Data Intelligence & AI: กลุ่มบริการที่ทรงพลังที่สุดของ Alibaba Cloud ตั้งแต่ Machine Learning Platform (PAI), บริการวิเคราะห์ภาพ (Image Search), การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) ไปจนถึง AI ด้านเสียง
- Security: บริการความปลอดภัยครบวงจร เช่น Anti-DDoS, Web Application Firewall (WAF) เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์, และ Security Center สำหรับตรวจจับภัยคุกคาม
- Media Services: โซลูชันสำหรับธุรกิจสื่อและบันเทิง เช่น Live Streaming, Video on Demand (VOD), และ Content Delivery Network (CDN) ที่ช่วยให้การส่งคอนเทนต์ไปยังผู้ใช้ทั่วโลกทำได้อย่างรวดเร็ว
Use Case กรณีศึกษา Alibaba Cloud กับธุรกิจในโลกจริง
พื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการนำ Alibaba Cloud ไปปรับใช้กับธุรกิจประเภทต่างๆ
Use Case 1: ธุรกิจ E-commerce และค้าปลีก

ความท้าทาย: ร้านค้าออนไลน์ขนาดใหญ่ต้องการระบบที่สามารถรองรับทราฟฟิกที่พุ่งสูงขึ้นหลายร้อยเท่าในช่วงโปรโมชัน Flash Sale และต้องการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อนำเสนอสินค้าแบบ Personalized
โซลูชันจาก Alibaba Cloud:
- ใช้ ECS Auto Scaling ร่วมกับ Server Load Balancer (SLB) เพื่อเพิ่ม/ลดจำนวนเซิร์ฟเวอร์อัตโนมัติตามปริมาณทราฟฟิก ทำให้ระบบไม่ล่มและจ่ายค่าบริการตามการใช้งานจริง
- เก็บรูปภาพสินค้าทั้งหมดไว้บน Object Storage Service (OSS) และใช้ CDN เพื่อส่งภาพไปยังลูกค้าทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว
- ใช้ MaxCompute และ Machine Learning Platform (PAI) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อของลูกค้า และสร้างระบบแนะนำสินค้า (Recommendation Engine) ที่แม่นยำ
Use Case 2: องค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการทำ Digital Transformation

ความท้าทาย: บริษัทเก่าแก่มีระบบ ERP และฐานข้อมูลที่ทำงานอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง (On-premise) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง ไม่ยืดหยุ่น และต้องการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ
โซลูชันจาก Alibaba Cloud:
- ใช้บริการ Data Transmission Service (DTS) เพื่อย้ายฐานข้อมูลจาก On-premise ขึ้นมาอยู่บน ApsaraDB for RDS ได้อย่างราบรื่นและมี Downtime น้อยที่สุด
- สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานใหม่บน VPC ที่มีความปลอดภัยสูง และย้ายแอปพลิเคชันต่างๆ ขึ้นไปรันบน ECS
- นำข้อมูลจากฐานข้อมูลมาวิเคราะห์ต่อยอดบน MaxCompute เพื่อสร้าง Dashboard รายงานผลทางธุรกิจแบบเรียลไทม์ให้ผู้บริหาร
Use Case 3: สตาร์ทอัพด้านฟินเทค (Fintech)

ความท้าทาย: สตาร์ทอัพด้านการเงินต้องการแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล และสามารถพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว
โซลูชันจาก Alibaba Cloud:
- ใช้ Container Service for Kubernetes (ACK) เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Microservices ทำให้ทีมสามารถพัฒนาและอัปเดตแต่ละส่วนได้อย่างอิสระและรวดเร็ว
- ใช้บริการ Security ครบวงจร ทั้ง WAF เพื่อป้องกันแอปพลิเคชัน และ Security Center เพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามตลอด 24 ชั่วโมง
- ใช้ ApsaraDB ที่มีการเข้ารหัสข้อมูลทั้งในขณะจัดเก็บและขณะส่งผ่าน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของข้อมูลลูกค้า
สรุป
Alibaba Cloud หรือ Alicloud ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นมากกว่าผู้ให้บริการคลาวด์ทางเลือก แต่เป็นผู้เล่นระดับโลกที่มีความได้เปรียบที่ชัดเจนและยากที่จะหาใครเทียบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่มีเป้าหมายในตลาดเอเชีย ด้วยจุดแข็งในการเป็นประตูสู่ตลาดจีน, เทคโนโลยีที่ผ่านสมรภูมิที่ใหญ่ที่สุดในโลก, และ Ecosystem ทางธุรกิจที่ครบวงจร ทำให้ Alibaba Cloud ไม่ได้มอบแค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังมอบโซลูชันเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตในยุคดิจิทัล
สำหรับองค์กรในประเทศไทยที่ต้องการที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญเพื่อเริ่มต้นใช้งานหรือย้ายระบบสู่ Alibaba Cloud อย่างมั่นใจ Tangerine คือพาร์ทเนอร์ที่พร้อมให้บริการ โดยทีมงานที่มีความเข้าใจในโซลูชันของ Alibaba Cloud อย่างแท้จริง ด้วยประสบการณ์ด้าน Cloud Platform มานานกว่า 15 ปี คลิกเพื่อติดต่อเรา

