นี่เป็นตอนที่ผมอยากเขียนมากที่สุดที่ทำให้ทุกคนเห็นความง่ายของยักษ์ใหญ่ Alibaba Cloud ครับ เพราะสิ่งที่ปวดหัวที่สุดก่อนใช้งานเป็นคือตอนติดตั้งนี่แหละครับ ไหนจะต้องเตรียม Server, ลง Docker, เซ็ต Network, ผูก API Gateway บลา ๆ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว
แต่วันนี้ไม่ต้องห่วงครับ! ผมจะพาทุกคนไปใช้ทางลัด ที่ทำให้เราสามารถเสกออฟฟิศ AI ของ HiClaw ขึ้นมาได้ภายในไม่กี่นาที ด้วยไม้ตายลับที่ชื่อว่า Alibaba Cloud Compute Nest ครับ จะเป็นยังไง ทำไมสาย Infra ถึงเลิฟสิ่งนี้ ไปชมกันครับ

ทำไมการวาง Infra ให้ AI ถึงใช้เวลา
เวลาเราพูดถึงการรันระบบ Multi-Agent แบบ HiClaw มันไม่ใช่แค่การรันสคริปต์ Python ไฟล์เดียวจบนะครับ แต่มันคือการรัน Microservices หลายๆ ตัวพร้อมกัน ทั้งฝั่งตัว Agent เอง, ห้องแชท (Matrix Server), ถังเก็บไฟล์ (MinIO) และระบบจัดการ API Key (Higress AI Gateway)
เพื่อแก้ปัญหานั้น ทาง Alibaba Cloud เค้าเลยมีบริการที่เรียกว่า Compute Nest ครับ ถ้าอธิบายง่ายๆ Compute Nest มันคือ Platform as a Service (PaaS) ที่รวบรวม Software ระดับองค์กรเอาไว้ครับ

alibabacloud.com/en/product/compute-nest?_p_lc=1
ให้มองแบบนี้ครับ… เหมือนเราอยากเปิดร้านกาแฟ แทนที่จะต้องไปวิ่งหาเช่าที่ดิน เทปูน เดินสายไฟ ซื้อเครื่องชงเอง Compute Nest คือการที่เราเดินไปชี้บอกว่า “เอาแฟรนไชส์ร้านกาแฟ 1 ชุดครับ!” แล้วระบบจะทำการจัดเตรียมที่ดิน (Cloud Infra), ยกตู้คอนเทนเนอร์ร้านกาแฟมาวาง, เสียบปลั๊ก และพร้อมให้เราเปิดขายได้เลยในคลิกเดียว !
หน้าที่ของเรามีแค่ เลือกสเปคเครื่อง และ ใส่ API Key ที่เหลือ Compute Nest จัดการ Automated Deployment ให้รวดเดียวเซฟเวลามากครับ
เริ่มปลุกเสกทีม HiClaw บน Compute Nest
มาครับ เรามาใช้เวลา 5 นาทีอันมีค่าของเรา กับการสร้าง AI Office กัน
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมตัว
- คุณต้องมีบัญชีของ Alibaba Cloud (ถ้ายังไม่มีสามารถผูกบัตรและติดต่อทีมแทนเจอรีนในการทำ Local Billing ในไทยให้ได้)
- เตรียม LLM API Key ของคุณไว้ เช่น ถ้าใช้โมเดล Qwen ก็ไปเอา Key มาจาก Alibaba Cloud Model Studio หรือถ้าใช้ค่ายอื่นที่เป็น OpenAI-compatible ก็เตรียม Key ไว้ได้เลยครับ ผมแนบขั้นตอนการขอ API Key จาก Blog ที่แล้วให้ข้างล่างนี้ครับ
ขั้นตอนที่ 2: Compute Nest
ล็อกอินเข้า Alibaba Cloud Console แล้วพิมพ์ค้นหาในแถบ Search ด้านบนว่า Compute Nest

ไปที่เมนู Service Catalog แล้วค้นหาคำว่า HiClaw

กด Deploy แล้วอ่าน Agreement ครับ

ขั้นตอนที่ 3: ปรับแต่งสเปค (Configuration)
พอกดเข้าไป ระบบจะให้เราตั้งค่าพารามิเตอร์นิดหน่อยครับ ตรงนี้สำคัญ !

สเปคเครื่อง (ECS Instance): การรัน Multi-Agent ค่อนข้างกินทรัพยากร พี่แนะนำให้เลือก Instance ที่มี CPU อย่างน้อย 4–8Cores และ RAM 8GB ขึ้นไป นะครับ
เลื่อนลงมาหาช่องใส่ BaiLian API-KEY (Model Studio) เอา Key ที่เราเตรียมไว้ในขั้นตอนแรกมาแปะตรงนี้เลยครับ ระบบของ Higress จะเอา Key นี้ไปจัดการเรื่อง Security ให้อย่างปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 4: Deploy ชิล ๆ
ตรวจสอบรายละเอียด กดตกลง (Confirm) แล้วคลิก Create Now รอสัก 3–5 นาทีครับ


ขั้นตอนที่ 5: เข้าสู่ออฟฟิศ AI ของเรา

กำลัง Deploy
พอ Status เปลี่ยนเป็น Deployed (สีเขียว) ให้เราคลิกเข้าไปที่ Service Instance Details ครับ
ขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตด้วยคลาวด์อัจฉริยะจาก Alibaba Cloud
พร้อมยกระดับองค์กรคุณอย่างมั่นใจ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Tangerine

เราจะพบกับ Service Address (URL) ที่เป็นลิงก์สำหรับเข้าใช้งานหน้า Element Web (หน้าแชตของระบบ)

คลิกเข้าไป ล็อกอินด้วย Password ที่ระบบ Auto-generate คุณจะพบกับ Manager Agent นั่งสแตนด์บายรอรับออเดอร์ใน Matrix Room แล้วครับ ! พิมพ์สั่งงานได้เลย !




สร้างทีมแล้ว ในที่บริษัทผมก็เป็นจริง

ผมสั่งทำเว็บดริปกาแฟดู เน็ต Team Lead ก็ไปจัดการให้ต่อ

ในห้องทำงานที่ทีมครบก็เลยทำงานกันจนสร้างเสร็จ

ตอนที่คุยกันทำผมตื่นเต้นมาก แบบโยนไฟล์ดูกันเลย

ผมเลยไป Interrupt ทีมแต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลง Flow อะไรมาก



HiClaw ทำ Tunnel รัน Docker ขึ้นมาโชว์ให้ดู

Element X ที่คุยกับ HiClaw บน iOS
ข้อดีคือมี Mobile App ที่ใช้ผ่าน Element X ทำให้สามารถเข้า HiClaw ได้ทุกที่ทุกเวลา เยี่ยมไปเลยครับ
ทำไม HiClaw by Compute Nest ถึงตอบโจทย์ระดับ Enterprise?
ท่านี้ไม่ได้มีดีแค่ความง่ายนะครับ แต่มันตอบโจทย์ Business ในหลายมิติเลย คือ
- Cost-Optimize เราไม่ต้องลงทุนซื้อ Server ตัวใหญ่ๆ มาตั้งทิ้งไว้ Compute Nest จะชาร์จค่าบริการตามจริง (Pay-As-You-Go) ของทรัพยากรที่เราเช่ารันเท่านั้น
- Security มาตรฐาน Cloud การใช้ Compute Nest แปลว่าเราอยู่ใน Network ที่มีระบบ Security ของ Alibaba Cloud ครอบอยู่อีกชั้น แถมตัว Agent เองก็ไม่ต้องถือ API Key โดยตรง หมดห่วงเรื่อง Data Leak ครับ
- Scalability วันนี้บริษัทเราอาจจะเล็ก รัน Agent 2–3 ตัว แต่ในอนาคตถ้างานเยอะขึ้น เราสามารถอัปเกรดสเปคหรือสเกลระบบผ่าน Cloud ได้ทันที ไม่ต้องรื้อทำใหม่ครับ
สรุป
บทความนี้ก็จะสื่อให้เห็นว่า เราสามารถลดงาน Infrastructure ไปได้เยอะมาก ๆ งานยาก ๆ อย่างการเซ็ตอัพระบบ Multi-Agent ถูกย่อให้เหลือแค่การกดไม่กี่คลิก ทำให้ AI Engineer หรือแม้แต่สาย Business สามารถพุ่งเป้าไปที่การ สร้าง Use Case และ ออกแบบ Workflow ให้เกิด Impact กับธุรกิจได้เต็มที่ครับ
ลองเอาไปเล่นกันดูนะครับ ได้ผลลัพธ์ยังไง หรือเจอ Use case เด็ด ๆ ก็เอามาแชร์ให้ฟังบ้างนะ แต่ถ้าใครอยากทำโปรเจกต์ระดับ Enterprise แล้วอยากได้คำแนะนำเรื่อง Architecture เชิงลึก ทักหาผมหรือทีมงาน Tangerine ได้เสมอครับ
สนใจบริการหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Website: https://www.tangerine.co.th/contact-us/
Email: marketing@tangerine.co.th
Tel: 02-285-5511

