เผลอแป๊บเดียวเดินทางมาถึงเดือนสุดท้ายของปี ธันวาคม 2568 กันแล้วนะครับ ปีนี้เทคโนโลยีวิ่งไวเหมือนติดจรวด โดยเฉพาะ AI ที่ออกฟีเจอร์ใหม่มากมาย ตั้งต้นต้นปีที่ผมและทีม Tangerine ไปเยือน Google Cloud Next ครับ
วันนี้ผมเลยอยากมาสรุปอัปเดตสำคัญส่งท้ายปีของ Google Cloud โดยเฉพาะพระเอกของเราอย่าง Gemini Enterprise ที่รอบนี้ขนของเล่นใหม่มาเพียบ เรียกว่าแกะกล่องของขวัญปีใหม่กันก่อนเวลากันเลยทีเดียวครับ
Gemini Enterprise คืออะไร ? (ฉบับย่อ)
สำหรับใครที่เพิ่งเข้ามาอ่าน หรืออาจจะยังคุ้นๆ ชื่อ แต่จำไม่ได้ว่าเจ้าตัวนี้ทำอะไรได้บ้าง ผมแนะนำให้แวะไปปูพื้นฐานกันสักนิดที่ Blog ก่อนหน้านี้ ของพวกเราครับ
แต่ถ้าจะให้ผมสรุปสั้นๆ แบบเข้าใจง่าย Gemini Enterprise ก็คือแพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรของคุณสร้าง Generative AI Agents ที่ฉลาดล้ำ โดยสามารถดึงข้อมูลภายในองค์กร (Enterprise Data) มาตอบคำถามหรือทำงานต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยนั่นเองครับ

กองทัพ 🔌 Connectors ใหม่ !
ข่าวดีเดือนนี้ Gemini Enterprise ได้เพิ่ม Data Connectors เข้ามาใหม่เยอะมาก! รวมๆ แล้วตอนนี้รองรับ Source ได้หลากหลายขึ้นครับ ไม่ว่าข้อมูลคุณจะอยู่บน Google Cloud, On-Premise หรือ Third-party apps ดัง ๆ ก็เชื่อมต่อได้หมดแบบ Seamless สุด ๆ

Workspace sources
ผู้ใช้ Workspace จะได้ใช้ใน Eco System ของ Google ได้อย่างครบครันอยู่แล้ว ถือว่าเชื่อมต่อได้ง่ายที่สุดครับ

Google Cloud sources
ผู้ใช้ Cloud ก็จะถูกใจกับการต่อ Storage/Database ได้ครบครับ เรียกว่ามี AlloyDB ด้วย รวมถึง Vertex AI Studio พวก Prompt Set ต่าง ๆ

Third-party sources
ฝั่ง 3rd Party ก็มาครบครันทั้งกลุ่ม Jira, Confluence, Microsoft ไม่ว่าใช้ค่ายใด Gemini Enterprise ก็ตอบโจทย์ครับ และในอนาคตมาอีกเพียบเป็น 100+


สิ่งที่ผมตื่นเต้นที่สุดในอัปเดตนี้คือ การมาของ Microsoft Teams Connector ครับ !
ก่อนหน้านี้เราเชื่อมต่อได้ทั้ง Outlook, OneDrive, SharePoint, และ Microsoft Entra ID ไปแล้ว แต่เหมือนจิ๊กซอว์มันขาดไปชิ้นหนึ่ง… พอเดือนนี้ Microsoft Teams เข้ามาปุ๊บ ภาพก็สมบูรณ์เลยครับ
ลองจินตนาการดูนะครับ ว่าเราสามารถถาม Gemini Agent ของบริษัทได้ว่า:
“เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทีม Marketing คุยสรุปเรื่องแคมเปญปีใหม่ใน Teams ว่ายังไงบ้าง ?”
ตัว Agent ก็จะวิ่งไปกวาดข้อมูลจากแชทที่เรามีสิทธิ์เข้าถึง มาสรุปให้ทันที ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
เอาใจสาย Dev และ PM: Jira & Confluence ก็มา
สำหรับชาว Developer และ Project Manager ที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกของ Atlassian ไม่ต้องน้อยใจไปครับ เพราะรอบนี้ Jira (ทั้ง Cloud & Data Center) และ Confluence ก็มาพร้อม!
ต่อไปนี้เวลาจะตามงาน หรือหาเอกสาร Requirement เก่าๆ ไม่ต้องไปนั่งงมใน Search bar ของแต่ละเว็บแล้วครับ ให้ Gemini ช่วยหาให้ เจอทั้ง Ticket, Bug report, และ Wiki page ในที่เดียว จบ !
ไม่ใช่แค่ค้นหา แต่ “สร้าง Agent” ได้หลากหลายกว่าเดิม
นอกจากเรื่องการเชื่อมต่อข้อมูลแล้ว อีกเรื่องที่ผมอยากแอบมาเล่าคือหน้าจอ “Add an agent” แบบใหม่ครับ ซึ่งเปิดกว้างให้เราสร้าง AI Agent ได้ยืดหยุ่นมาก ๆ

จากภาพ จะเห็นว่าตอนนี้เรามีทางเลือกในการปั้น Agent ให้เหมาะกับงานได้ถึง 3 แบบหลักๆ:
- Custom agent via Agent Engine: อันนี้คือท่ามาตรฐาน สร้าง Agent ที่เก่งเรื่องการค้นหาและตอบคำถามตาม Policy ของบริษัท เหมาะกับงาน HR, Helpdesk หรือ Knowledge Management
- Custom agent via Dialogflow: ใครที่ชอบความเป๊ะ ต้องการกำหนด Flow การสนทนาแบบละเอียด (Structured flows) หรือทำ Transaction ซับซ้อน ตัว Dialogflow CX ยังคงเป็นตำนานที่ยังเก๋าอยู่ครับ
- Custom agent via A2A (Agent to Agent): อันนี้ล้ำและน่าสนใจมาก! เป็นโปรโตคอลที่ช่วยให้ Agent ตัวหนึ่ง สามารถไปคุยหรือสั่งงาน Agent ตัวอื่นได้ (Deployed anywhere) เหมือนเราสร้างทีม AI ที่ทำงานประสานกันเองได้ ไม่ต้องทำตัวเดียวให้เก่งทุกเรื่อง แต่แบ่งงานกันทำ
สรุป
เห็นไหมครับว่าสิ้นปี 2025 นี้ Google Cloud จัดหนักจริงๆ ทั้ง Connector ที่ครอบคลุมแทบทุกแอพที่เราใช้ทำงาน และเครื่องมือสร้าง Agent ที่ทรงพลังขึ้น
สำหรับผม การที่เทคโนโลยีมันเชื่อมต่อกันได้ง่ายขนาดนี้ มันช่วยปลดล็อกเวลาทำงานของเราได้มหาศาลเลยครับ เราจะได้เอาสมองไปคิดเรื่อง Strategy หรือ Creative แทนที่จะต้องมานั่งงมหาข้อมูลทั้งวัน
ถ้าใครสนใจอยากลองเอา Gemini Enterprise ไปเชื่อมต่อกับ Microsoft Teams, Jira หรืออยากลองสร้าง Agent แบบล้ำๆ ในองค์กร ลองทักมาคุยกับผมหรือทีมงาน Tangerine ได้เลยนะครับ เราพร้อมช่วยคุณ Unlock ศักยภาพ AI ให้เต็มสูบ ! คลิกเพื่อติดต่อเรา

