BLOGS

มาใช้ Google Antigravity ให้ปลอดภัยแบบ Enterprise Grade ระดับองค์กรกันเถอะ !

Thakorn.T • 21/05/2026
Google Cloud Solutions Specialist

เดี๋ยวนี้ ใคร ๆ ก็พัฒนาซอร์ฟแวร์ด้วย AI ใช่ไหมครับ คำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับ CTO และ IT Manager ไม่ใช่แค่ AI เก่งแค่ไหน แต่ ข้อมูลและ Source Code ของเราจะปลอดภัยหรือไม่ ? นี่คือที่มาที่ผมอยากจะเล่าถึงการเปิดตัวล่าสุดของ Google Antigravity กับโลกขององค์กรผ่าน Gemini Enterprise Agent Platform ครับ

1. Enterprise-Grade Infrastructure

Google ได้ยกระดับระบบ Antigravity ให้สามารถทำงานร่วมกับ Google Cloud ได้แล้ว การทำงานทุกเซสชันของ Antigravity จะถูกรันอยู่ภายใน Google Cloud Infrastructure ขององค์กร ทำให้ครอบคลุม Data Privacy และ Compliance แบบ GCP Terms of Service เลยครับ

2. Data Privacy & Protection ขั้นสุด

ความกังวลหลักๆ ขององค์ที่เอา AI มาช่วยโค้ดคือ ความเสี่ยงที่โค้ดจะหลุดหรือเอาไปใช้ Train ต่อในภายนอก แต่สำหรับ Antigravity แบบ Enterprise ร่วมกับ Google Cloud เขียนไว้ชัดเจนเลยว่า

  • Prompt และ Response จะอยู่ใน Environment องค์กรเท่านั้น
  • Source Code และข้อมูลทางเทคนิค (Telemetry) จะไม่มีการถูกนำออกไปภายนอก Private Environments ของเราเด็ดขาด

3. การจัดการสิทธิ์และระบบยืนยันตัวตน

องค์กรเราสามารถใช้กับระบบ Security เดิมได้ เช่น การ Authentication ผ่าน GCP, การเข้าถึง Gemini Model ผ่าน Agent Platform ซึ่ง dev สามารถใช้ GCP Credentials ของตัวเองได้เลย ทางด้าน GCP Admins ก็สามารถตั้งค่าและจัดการองค์กรบน Antigravity ได้อย่างเป็นระบบครับ

4. รวมศูนย์ GCP Billing

แทนที่จะ Subscription แบบบุคคล (Google AI subscription) ก็มาใช้ผ่านองค์กรเลยกับ Gemini Enterprise Agent Platform ซึ่งคิดค่าใช้จ่ายจริงตามราคาของ Agent Platform การรวม billing แบบนี้จะทำให้ทีม IT บริหารงบประมาณได้แม่นยำ ซึ่งวิธีการคิดราคาแบบต่าง ๆ ผมจะเล่าในหัวข้อถัดไปครับ

5. อิสระในการเลือกใช้ IDE

หลายคนกังวลว่าถ้าใช้ AI ใหม่จะต้องเปลี่ยน software ที่ใช้โค้ดใหม่ แต่ Google แจ้งว่าอนาคตอันใกล้นี้จะมี Extensions และ Plugins ของ Antigravity เข้ากับแพลตฟอร์ม IDE ต่าง ๆ ซึ่งหมายความว่า Dev ในระดับ Enterprise สามารถใช้งาน Antigravity 2.0 และ Antigravity CLI ควบคู่ไปกับ IDE ที่พวกเขาใช้งานอยู่แล้วได้ตามปกติ ไม่ต้องเปลี่ยน IDE ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ครับ

Plan และค่าใช้จ่ายของ Antigravity

https://antigravity.google/pricing

จริง ๆ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีแบบส่วนตัว (Individuals) แต่จะมี Quotas จำกัด ดังนั้นผมจึงแนะนำให้ Subscription เพิ่มเติมครับ ซึ่งจะแบ่งเป็นแบบ Consumer (ส่วนตัว) กับแบบ Enterise (องค์กร) เริ่มกันที่แบบส่วนตัวครับ

  • Google AI Pro Plan: ราคา $20 ต่อเดือน เป็นแพ็กเกจระดับเริ่มต้นที่ให้โควตาสำหรับการทดลองพัฒนา
  • Google AI Ultra Plan: ราคา $100 ต่อเดือน ออกแบบมาสำหรับนักพัฒนาที่มีการใช้งานสม่ำเสมอแต่ไม่ได้หนักมาก โดยจะได้รับ rate limit สูงกว่าแพ็กเกจ Pro ถึง 5 เท่า

แต่ให้ผมแนะนำจริงๆ จะแนะนำแบบที่ได้ความปลอดภัยระดับองค์กรผ่าน Gemini Enterprise Platform คือ Organization Plan ครับ

  • Organization plan: จะไม่ได้เป็น Subscription แบบ Google One แต่จะใช้งานตามจริง ผูก billing กับ Google Cloud ตามรายละเอียดนี้ครับ https://antigravity.google/docs/enterprise

ซึ่งหากเป็น GCP Billing แบบนี้ก็สามารถปรึกษาผมและทีมงานในการดูแลระดับองค์กรได้เลยครับ

Gemini Enterprise Agent Platform Consumption Options

หลายคนอาจจะงง เพราะทราบว่า Gemini Enterprise Agent Platform มีการคิดเงินหลายแบบตามความเหมาะสม แล้วพอ Antigravity มาใช้ rate เดียวกัน ไหนจะมี PayGo, Provisioned Throughput และ Batch inference มันตัวไหนกันแน่

ต้องบอกเลยครับว่าปัจจุบันแบบเปิดใช้ Antigravity แบบไม่ได้เซ็ทอะไร จะเป็น PayGo (Standard) เพราะแบบที่เหลือจริงๆ เป็นการออกแบบให้เหมาะกับ Use Case และ Workload ที่เราใช้ Application หรือ Backend เช่น ถ้าเราจะใช้ PayGo แบบ Priority หรือ Flex ก็ต้องมีการ Customized Header เวลา request กันหน่อย เช่น ตัวอย่างนี้

ดังนั้นให้ยึดเป็น Standard PayGo ไปก่อนเลยครับ โดยใช้ Pricing ตามนี้เลย https://cloud.google.com/gemini-enterprise-agent-platform/generative-ai/pricing

ทีนี้เราทราบแล้วว่ามี Consumption หลายแบบ ไม่พูดก็ไม่ได้ งั้นผมขอเล่าคราวๆ ให้ทุกท่านฟังจะได้เข้าใจเพิ่มเติมถึงวิธีการคิดเงินกับ use case นะครับ มากันที่แบบแรก

1.Standard PayGo (ท่ามาตรฐาน จ่ายเท่าที่บินจริง): เป็นตัวเลือก Default ที่ยืดหยุ่นสุดๆ คล้ายการซื้อตั๋วเครื่องบิน Economy คือคิดเงินตามจำนวน Token ที่เราใช้จริง (Pay-per-use) ไม่มีข้อผูกมัดล่วงหน้า ถ้าในมุมแอพหลังบ้านคือเหมาะกับแอปพลิเคชันทั่วไปที่ทราฟฟิกยังแกว่งๆ หรือแอปที่เพิ่งเริ่มปล่อยสู่ตลาดครับ

2. Priority PayGo (ท่า VIP บินฉลุยไม่มีสะดุด): อันนี้เหมือนอัปเกรดเป็นตั๋ว Business Class ครับ ยังคงคอนเซปต์จ่ายตามจริงเหมือนเดิม แต่ระบบจะจัดลำดับความสำคัญให้เราก่อน ได้ความน่าเชื่อถือและ Limit การใช้งานที่สูงกว่า แลกกับเรทราคาที่พรีเมียมขึ้นนิดหน่อย เหมาะสำหรับงาน Mission-Critical ที่ระบบล่มหรือสะดุดไม่ได้เด็ดขาด

3. Flex PayGo (ท่าตั๋ว Standby ประหยัดงบ): ถ้า Use case ของเราไม่รีบและรอได้ ท่านี้ตอบโจทย์ครับ เป็นทางเลือกที่ช่วยหั่น Cost ลงไปได้เยอะ แลกกับการที่อาจจะต้องรอ Response นานขึ้นนิดหน่อย (Latency-tolerant) เหมาะกับงานประเภท Background Summarization หรือดึงข้อมูลสรุปทิ้งไว้ข้ามคืน

4. Batch Inference (ท่าส่ง Cargo เหมาลำ): สำหรับใครที่มีข้อมูลก้อนใหญ่มากๆ ท่านี้คือการส่งงานประมวลผลทีละเยอะๆ แบบ Asynchronous ซึ่งเราจะได้เรทราคาต่อ Token ที่ถูกลง (Discounted rate) เหมาะกับงานจำพวก Data Processing ระดับสเกลใหญ่ๆ ที่ไม่ได้ต้องการผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ ซึ่งมันก็จะมีท่าเรียกใช้ของมันแบบ Inference แต่ราคาก็เท่ากับ Flex ครับ

5. Provisioned Throughput (ท่าเหมาจ่าย จองเลนด่วนพิเศษ): ถ้าแอปพลิเคชันคุณมีผู้ใช้งานเยอะแบบคงที่ (Steady-state) ใหญ่หน่อย และต้องการการันตี SLA ท่านี้คือการซื้อ Capacity แบบเหมาจ่ายล่วงหน้า (มีแพ็กเกจตั้งแต่ 1 สัปดาห์, 1 เดือน ไปจนถึง 1 ปี ยิ่งสัญญานานยิ่งคุ้ม) อารมณ์เหมือนเราจ่ายเงินทำเลนด่วนพิเศษให้ระบบของเราวิ่งโดยเฉพาะเลยครับ ศึกษาเพิ่มเติมที่ Docs นี้ครับ

ก้าวต่อไป

การผสานรวมระหว่างความสามารถของ Agentic AI อย่าง Google Antigravity เข้ากับความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยของ Google Cloud ทำให้ Gemini Enterprise Agent Platform เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การสเกลงานในระดับองค์กรได้อย่างแท้จริง หากเรากำลังมองหาเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพให้ Dev โดยไม่เสียศูนย์เรื่องความปลอดภัย ท่าที่ผมแนะนำมาเหล่านี้คือคำตอบครับ

สนใจบริการหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Website: https://www.tangerine.co.th/contact-us/
Email: marketing@tangerine.co.th
Tel: 02-285-5511

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Contact Form_TH Sources
home หน้าแรก solution โซลูชั่น Tel โทร Contact Us ติดต่อเรา