BLOGS

สรุปเทรนด์ 2025 และเจาะลึกทิศทาง 2026 สำหรับ Google Cloud สู่ยุคทองของ Agentic AI ในไทย

Tangerine • 24/12/2025
Tangerine Co., Ltd.

ปี 2025 ได้รับการจารึกว่าเป็นปีที่มีนัยสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศของไทย เป็นช่วงเวลาที่ Google Cloud ได้ยกระดับสถานะจากผู้ให้บริการเทคโนโลยี สู่การเป็น “พันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระดับมหภาค” (Macro-Strategic Partner) ของประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการสอดประสานกันของนโยบาย “Cloud First” ของภาครัฐ และวิสัยทัศน์ที่มุ่งเคลื่อนย้ายศูนย์ถ่วงทางเทคโนโลยีมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการลงทุนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่วาทกรรมทางการตลาดอีกต่อไป [1]

บทความนี้จะเจาะลึกถึงพัฒนาการสำคัญในปี 2025 และฉายภาพอนาคตสู่ปี 2026-2030 ซึ่งข้อมูลบ่งชี้ว่าจะเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านจาก Generative AI สู่ “Agentic AI” ท่ามกลางบริบททางเศรษฐกิจที่ท้าทาย

1. การปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐาน รากฐานของอำนาจอธิปไตยทางข้อมูล

https://blog.google/intl/th-th/company-news/technology/2024_09_ai-samart-thailand

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนในปีนี้คือการ “ลงเสาเอก” โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่จับต้องได้ ซึ่งประกอบด้วยสองส่วนหลักที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อตอบสนองนโยบาย Cloud First [2]

  • Google Cloud Region Thailand: การตั้ง Cloud Region ในไทยช่วยลด “ความหน่วง” (Latency) ได้อย่างมหาศาล ปลดล็อกขีดความสามารถของแอปพลิเคชันที่ต้องการการตอบสนองระดับมิลลิวินาที เช่น ระบบการเงินความเร็วสูงและ AI แบบเรียลไทม์ [3]
  • Data Center (ชลบุรี – EEC): การเลือกตั้งศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ EEC สะท้อนการวางแผนรองรับภาคอุตสาหกรรมและการผลิต การมีข้อมูลอยู่ในประเทศ (Data Residency) ยังช่วยตอบโจทย์เรื่อง “อำนาจอธิปไตยทางข้อมูล” (Data Sovereignty) ทำให้องค์กรในกลุ่มธุรกิจที่มีกฎระเบียบเข้มงวด เช่น การเงินและสาธารณสุข สามารถย้ายระบบขึ้นคลาวด์ได้อย่างมั่นใจ ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมายไทย [1]

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานบนบก ยังมีการเปิดตัวโครงการ “TalayLink” (ทะเลลิงก์) เคเบิลใต้น้ำเชื่อมต่อไทย-ออสเตรเลีย โดยวางเส้นทางผ่านมหาสมุทรอินเดียเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในทะเลจีนใต้ และวางแผนสร้างสถานีเชื่อมต่อในภาคใต้ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นประตู (Gateway) เชื่อมต่อดิจิทัลระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง [4]

2. “PanyaThAI” พิมพ์เขียวทางปัญญาและการปรับใช้จริง

https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9680000113633

โครงการ “PanyaThAI” (ปัญญาไท) คือกลไกสำคัญในการนำ AI ระดับโลกมาผสานเข้ากับบริบทท้องถิ่น โครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การตื่นตัว (Hype) แต่เน้นการลงมือทำ (Execution) โดยร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ 15 แห่งจากหลากหลายอุตสาหกรรม (Charter Members) เพื่อเป็นหัวหอกในการนำร่องใช้งาน [5]

เทรนด์ที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในปีนี้คือการเปลี่ยนผ่านจาก Generative AI (AI ที่เก่งเรื่องการสร้างเนื้อหา) ไปสู่ “Agentic AI” (AI ที่เก่งเรื่องการกระทำและตัดสินใจ) ข้อมูลระบุว่าองค์กรไทยเริ่มจัดสรรงบประมาณกว่าครึ่งหนึ่งด้าน AI เพื่อลงทุนในระบบ Agentic นี้ เนื่องจากมีผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่สูงและคืนทุนได้รวดเร็วเพียงไม่กี่เดือน โดย AI จะไม่ได้ทำหน้าที่แค่ตอบแชท แต่สามารถเชื่อมต่อระบบหลังบ้านเพื่อทำงานซับซ้อนได้อัตโนมัติ

3. เจาะลึกกรณีศึกษา (Sectoral Deep Dives) นวัตกรรมไร้ชื่อแบรนด์ แต่ทรงพลังด้วยผลลัพธ์

https://cloud.google.com/blog/u/1/topics/retail/top-gen-ai-use-cases-for-retail-executives

การวิเคราะห์เจาะลึกจากภาคอุตสาหกรรมจริง (Real-world Use Cases) ในปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจใน 3 กลุ่มหลัก

  • กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้า (Retail & Lifestyle) ผู้ประกอบการระดับผู้นำในกลุ่มนี้ได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการค้นหาด้วยคำหลัก (Keyword) เป็นการใช้ Semantic Search บนแอปพลิเคชัน ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าด้วยประโยคความต้องการที่ซับซ้อน และระบบ AI จะแสดงผลสินค้าที่ตรงกับบริบทนั้นจริงๆ [7] ยิ่งไปกว่านั้น ธุรกิจค้าปลีกกำลังมุ่งสู่การใช้ Predictive Agents เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์และนำเสนอ “ข้อเสนอที่ดีที่สุดถัดไป” (Next Best Offer) ซึ่งเป็นการขยับจากการทำการตลาดแบบหว่านแหสู่ Hyper-personalization รวมถึงการใช้ AI ช่วยแปลภาษาและสร้างเนื้อหาอัตโนมัติเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งสู่มาตรฐานโลก [8]
  • กลุ่มธุรกิจการเงินและการลงทุน (Finance & WealthTech) แพลตฟอร์มบริหารความมั่งคั่งชั้นนำได้ใช้ Cloud เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความสามารถในการขยายตัว (Scalability) โดยระบบสามารถรองรับปริมาณการใช้งานที่พุ่งสูงขึ้น (Spike) ได้ถึง 15 เท่าในช่วงตลาดผันผวนหรือช่วง IPO โดยระบบไม่ล่ม สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน [9] นอกจากนี้ การย้ายโครงสร้างพื้นฐานยังช่วยลดภาระงานดูแลระบบ (Operational Efforts) ได้ถึง 80% ทำให้ทีมงานโฟกัสกับการสร้างนวัตกรรมได้เต็มที่ พร้อมใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลตลาดมหาศาลเพื่อส่งบทวิเคราะห์ที่แม่นยำและทันท่วงทีสู่นักลงทุน [10]
  • ภาครัฐและความมั่นคง (Public Sector) ภาครัฐได้ประกาศให้ Digital Transformation เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) เพื่อใช้ AI ตรวจจับภัยคุกคาม และมีการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) สำหรับภาษาไทยโดยเฉพาะ เพื่อใช้ในงานบริการประชาชน สะท้อนความพยายามในการสร้างเทคโนโลยีที่เป็นของคนไทย [11]

4. นวัตกรรมเทคโนโลยี ขุมพลังเบื้องหลังความสำเร็จ

เทคโนโลยีระดับโลกจากงาน Google Cloud Next ’25 ได้ถูกนำมาให้บริการในไทย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Use Cases ข้างต้นเกิดขึ้นได้จริง [12]

  • AI Hypercomputer & Ironwood TPU: สถาปัตยกรรมซูเปอร์คอมพิวเตอร์และชิปรุ่นใหม่ช่วยให้ Tech Startups และนักวิจัยไทยสามารถเทรนโมเดล AI ที่ซับซ้อนได้ในต้นทุนที่ต่ำลง
  • Vertex AI & Multimodal: เครื่องมือที่รองรับทั้งภาพ เสียง และวิดีโอ ช่วยลดเวลาการผลิตสื่อของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ลงได้อย่างมหาศาล
  • AI Security Agents: ระบบรักษาความปลอดภัยยุคใหม่ที่ใช้ AI ช่วย “สอบสวน” ภัยคุกคามและวิเคราะห์มัลแวร์ได้ด้วยความเร็วสูง ลดภาระของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

5. ผลกระทบทางเศรษฐกิจ มูลค่าที่จับต้องได้

https://grow.google/intl/ALL_th

การลงทุนครั้งนี้คาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ GDP ไทยได้ถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท) ภายในปี 2029 [1] และสร้างงานเฉลี่ย 14,000 ตำแหน่งต่อปี อีกทั้งยังมีการตั้งเป้าหมายฝึกอบรมทักษะดิจิทัลให้คนไทย 150,000 คน ภายในปี 2026 เพื่อลดช่องว่างทางทักษะ (Skill Gap) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของการพัฒนา [13]

6. ทิศทางปี 2026 ก้าวสู่ยุค Agentic Era และความท้าทายใหม่

https://cloud.google.com/blog/topics/public-sector/the-agentic-era-is-here-300-ai-agents-built-in-one-day-at-google-public-sector-summit-to-accelerate-impact-and-advance-missions

เมื่อมองไปข้างหน้า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วย “Agentic AI” ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจมหภาคที่อาจไม่หวือหวา แต่เศรษฐกิจดิจิทัลกลับมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่า GDP ถึง 2 เท่า [14]

  • ยุคแห่ง Agentic Era และ Multi-Agent Orchestration: ในปี 2026 เราจะเห็น AI Agents มีความเป็นอิสระ (Autonomy) มากขึ้น สามารถตัดสินใจและรับผิดชอบงานได้เอง และจะเกิดระบบที่ Agent หลายตัวทำงานร่วมกัน (Multi-Agent Orchestration) เช่น ในโรงงานอัจฉริยะที่ Agent ฝ่ายผลิต ซ่อมบำรุง และคลังสินค้า สื่อสารกันเองเพื่อปรับแผนการผลิตโดยไม่ต้องรอคำสั่งมนุษย์ [15]
  • Know Your Agent (KYA): ความท้าทายใหม่ เมื่อ AI มีความสามารถในการ “กระทำ” มากขึ้น โลกธุรกิจจะต้องเผชิญกับมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่า “Know Your Agent” (KYA) องค์กรต้องมีระบบตรวจสอบตัวตนของ Agent ที่ติดต่อเข้ามา เพื่อป้องกัน Agent ปลอม (Rogue Agents) และต้องมั่นใจว่าการทำงานของ Agent เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด [16]

บทสรุป

ปี 2025 คือจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ที่ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลกเป็นของตนเองอย่างสมบูรณ์ ส่วนในปี 2026 จะเป็นปีแห่งการ “เก็บเกี่ยวผลประโยชน์” จากโครงสร้างเหล่านั้น ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความสำเร็จขององค์กรไม่ได้วัดกันที่การมีเทคโนโลยี แต่วัดกันที่ความสามารถในการบริหารจัดการ “กองทัพ AI Agents” ให้ทำงานร่วมกับมนุษย์เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ องค์กรที่ปรับตัวเข้าสู่ยุค Agentic Era ได้ก่อน จะเป็นผู้ชนะในสนามแข่งขันที่กำลังเปลี่ยนกติกาใหม่นี้

References :
[1] Google to pump US$1B into Thai data centre, cloud region – ข้อมูลการลงทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
[2] Google ประกาศแผนลงทุนมูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาทเพื่อขยายโอกาสด้าน AI ให้คนไทย – รายละเอียดนโยบาย Cloud First และการลงทุน
[3] Google Cloud Region in Thailand – ข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับ Latency และประสิทธิภาพ
[4] TalayLink subsea cable to connect Australia and Thailand – รายละเอียดโครงการเคเบิลใต้น้ำ
[5] สยามพิวรรธน์ ผนึก Google Cloud เร่งขยาย AI ระดับองค์กร – ข้อมูลโครงการ PanyaThAI
[7] Retail Search & Vertex AI Search – เทคโนโลยี Semantic Search ในธุรกิจค้าปลีก
[8] Generative AI for Retail Industry – การใช้ AI เพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้าและ Next Best Offer
[9] FINNOMENA Case Study – กรณีศึกษาเรื่อง Scalability ของแพลตฟอร์มการเงิน
[10] Google Cloud for Financial Services – การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลตลาด
[11] NECTEC & Public Sector Day – ข้อมูล Pathumma LLM และความร่วมมือภาครัฐ
[12] Google Cloud Next ’24 Recap – ข้อมูลเทคโนโลยี AI Hypercomputer และ Vertex AI
[13] Samart Skills program – โครงการฝึกอบรมทักษะดิจิทัลของ Google
[14] Thailand’s Digital Economy Outlook – บทวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัล
[15] The Rise of AI Agents – บทความวิเคราะห์ยุคของ Agentic AI
[16] Know Your Agent (KYA) – แนวคิดเรื่องความปลอดภัยในยุค AI Agents

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Contact Form_TH Sources
home หน้าแรก solution โซลูชั่น Tel โทร Contact Us ติดต่อเรา