อีกระดับของความปลอดภัยในการ Collaboration ในโลกแห่งการทำงานแบบ Hybrid Work ด้วย Google Workspace

WFH and Data Security
อีกระดับของความปลอดภัยในการ Collaboration ในโลกแห่งการทำงานแบบ Hybrid Work ด้วย Google Workspace
วันนี้ Google มีเครื่องมือที่เพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อกันและทำสิ่งต่างๆ ร่วมกันได้มากขึ้นด้วย Google Workspace ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่โรงเรียน และที่ทำงาน ซึ่งโลกปัจจุบันได้เผชิญกับวิกฤตการณ์โรคระบาดจากโควิด 19 ทำให้เกิด New normal แบบใหม่ในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคส่วนธุรกิจที่ต้องมีการปรับตัวให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง นับจากนั้นการทำงานแบบ Hybrid Work กลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับพนักงานจำนวนมาก การรักษาความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และความไว้วางใจยังคงเป็นรากฐานที่ทำให้สามารถทำงานร่วมกันได้ทุกที่ ทุกเวลา โดย Google ได้ให้ความสำคัญในรากฐานเหล่านี้ตั้งแต่ต้น ฉะนั้นวันนี้ Google จึงได้ประกาศความสามารถใหม่ซึ่งเป็นวิธีในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับรากฐานนี้ใน Google Workspace

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

เป็นเวลาอันยาวนานใน Google สร้างเว็บที่มีความน่าเชื่อถือสำหรับผู้ใช้ทุกคน โดยในปี 2014 ได้เปิดตัว Gmail โดยมีภารกิจเอาชนะเมลประเภทสแปม ไม่นาน Google ได้สร้าง Browser ที่มีความปลอดภัยซึ่งในตอนนี้ก็ช่วยปกป้องผู้ใช้ในอุปกรณ์มากกว่า 4 พันล้านเครื่องทุกวัน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โลกของการทำงานยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Google ได้เปิดตัว BeyondCorp Enterprise ซึ่งเป็นโซลูชัน Zero-trust ซึ่งช่วยให้สามารถเข้าถึงแอปและบริการได้อย่างปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานทุกประเภทจากทุกที่ และ Google ยังคงค้นหาวิธีใหม่ๆ ในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับการเข้ารหัสเพื่อให้ลูกค้าและผู้ใช้ของ Google ปลอดภัยใน ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารหัสระหว่างการส่งสำหรับอีเมลและการเข้าเว็บไซต์ การเปิด HTTPS โดยค่าเริ่มต้นใน Chrome เบราว์เซอร์ หรือการตั้งค่าสถานะไซต์ที่ขาดการเข้ารหัส

นวัตกรรมด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวแบบใหม่ของ Google
ช่วยให้ลูกค้าของ Google Workspace ตระหนักถึงพลังของการทำงานร่วมกันบนระบบคลาวด์ที่เชื่อถือได้

เพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วยการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์

การเปิดตัวการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ของ Google Workspace ช่วยให้ลูกค้าเสริมสร้างการรักษาความลับของข้อมูล โดยใช้มาตรฐานการเข้ารหัสล่าสุดในการเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดที่อยู่เก็บไว้ที่ดิสก์และอยู่ระหว่างการส่งผ่านระหว่างหน่วยงานของ Google  โดย Google กำลังก้าวไปอีกขั้นโดยให้ลูกค้าควบคุมคีย์เข้ารหัสและบริการระบุตัวตนได้โดยตรงเพื่อเข้าถึงคีย์เหล่านั้น การเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ช่วยให้ Google เข้ารหัสข้อมูลลูกค้าไม่ได้ ในขณะที่ผู้ใช้ยังคงใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันบนเว็บแบบเนทีฟของ Google เข้าถึงเนื้อหาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และแชร์ไฟล์ที่เข้ารหัสกับภายนอกได้ เมื่อรวมกับความสามารถในการเข้ารหัสอื่นๆ ของ Google  ลูกค้าจะเพิ่มระดับการปกป้องข้อมูลใหม่สำหรับข้อมูล Google Workspace ได้

การเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่จัดเก็บข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนหรืออยู่ภายใต้การควบคุม เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา บันทึกการรักษาพยาบาล หรือข้อมูลทางการเงิน สามารถช่วยตอบสนองข้อกำหนดอธิปไตยของข้อมูลและข้อกำหนดการปฏิบัติตามข้อกำหนดสำหรับ ITAR, CJIS, TISAX, IRS 1075 และ EAR

Google Docs Security

มีการแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน โดยการเปิดใช้งานการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์นั้น องค์กรต้องเลือกพันธมิตรบริการการเข้าถึงคีย์: Flowcrypt, Futurex, Thales หรือ Virtru พันธมิตรแต่ละรายเหล่านี้ได้สร้างเครื่องมือตามข้อกำหนดของ Google และให้ทั้งความสามารถในการจัดการคีย์และการควบคุมการเข้าถึง พาร์ทเนอร์ที่องค์กรเลือกถือกุญแจเพื่อถอดรหัสไฟล์ Google Workspace ที่เข้ารหัส และ Google จะเข้าถึงหรือถอดรหัสไฟล์เหล่านี้ไม่ได้หากไม่มีคีย์นี้ หากองค์กรต้องการสร้างหรือรวมบริการคีย์ภายในของตัวเอง Google จะเผยแพร่ข้อกำหนดของบริการการเข้าถึงคีย์ API ที่สามารถใช้กับการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ในปลายปีนี้

โดย Google จะเปิดตัวรุ่นเบต้าสำหรับการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าสำหรับลูกค้า Google Workspace Enterprise Plus และ Google Workspace Education Plus โดยเริ่มแรกการเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์จะพร้อมใช้งานสำหรับ Google ไดรฟ์ เอกสาร ชีต และสไลด์ โดยรองรับไฟล์หลายประเภท รวมถึงไฟล์ Office, PDF และอื่นๆ ลูกค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนตอนนี้สำหรับเวอร์ชันเบต้า

ควบคุมการทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัยมากขึ้นด้วย Trust rule สำหรับ Drive

เนื่องจากการแบ่งปันแนวคิดและข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันที่เชื่อถือได้ คุณจึงต้องมีความสามารถในการจัดการไฟล์อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำเพื่อให้แน่ใจว่าไฟล์เหล่านั้นจะอยู่ในมือของคนที่ถูกต้อง นั่นเป็นเหตุผลที่เราให้ทางเลือกแก่ผู้ดูแลระบบในการตั้งค่ากฎสำหรับวิธีแชร์ไฟล์ด้วย Trust rule สำหรับ Drive

Trust rule ช่วยให้ผู้ดูแลระบบควบคุมวิธีการแชร์ไฟล์ได้มากขึ้น ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ด้วย Trust rule เหล่านี้ ผู้ดูแลระบบสามารถบังคับใช้ข้อจำกัดที่จำกัดการแชร์ภายในและภายนอกได้ กฎเฉพาะสามารถกำหนดได้แม้กระทั่งสำหรับ OU และ Group  ทำให้มีแนวทางที่ละเอียดกว่าการบังคับใช้นโยบายแบบครอบคลุมกับผู้ใช้ทุกคน

Workspace Trust rule

ยกตัวอย่าง
กรณีที่บางองค์กรที่ไม่ต้องการให้ข้อมูลภายในแผนกรั่วไหลไปยังแผนกอื่นได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลความลับของแผนกในองค์กรนั้น ๆ

Trust rule สำหรับ Drive เวอร์ชันเบต้าจะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และจะพร้อมใช้งานสำหรับลูกค้า Google Workspace Enterprise และ Google Workspace Education Plus

เมื่อใช้ Drive labels ผู้ใช้จะจัดประเภทไฟล์ที่จัดเก็บไว้ใน Google ไดรฟ์เพื่อช่วยให้จัดการได้อย่างถูกต้อง  Drive labels สามารถผสานรวมกับความสามารถในการป้องกันข้อมูลรั่วไหล (DLP) ของ Google Workspace เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถตั้งกฎในระดับความละเอียดอ่อนที่เหมาะสมได้เช่นเดียวกับ Google Vault ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดนโยบายการเก็บรักษาสำหรับระดับความละเอียดอ่อนที่กำหนดได้ และแม้ว่าผู้ใช้จะลืมจัดประเภทเนื้อหาด้วยตนเอง ไฟล์ก็สามารถจัดประเภทได้โดยอัตโนมัติตามกฎ DLP ที่ผู้ดูแลระบบกำหนด ลูกค้ายังสามารถใช้ประโยชน์จากตัวตรวจจับเนื้อหาใหม่ 60 ตัว รวมถึงหลายตัวที่ขับเคลื่อนโดยความสามารถการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อการตรวจจับที่ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างของตัวตรวจจับใหม่ ได้แก่ การระบุประวัติย่อ การยื่น SEC สิทธิบัตร และซอร์สโค้ด ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถบล็อกการออกจากประเภทข้อมูลดังกล่าวได้ สามารถใช้ป้ายกำกับไดรฟ์กับ DLP ของไดรฟ์เพื่อป้องกันการแชร์ การดาวน์โหลด และการสั่งพิมพ์ไฟล์จัดประเภทกับภายนอก

Drive labels  พร้อมใช้งานในเวอร์ชันเบต้าสำหรับลูกค้า Google Workspace Business Standard, Google Workspace Business Plus, Google Workspace Enterprise, Google Workspace for Education Standard และลูกค้า Google Workspace Education Plus ลูกค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนตอนนี้สำหรับเวอร์ชันเบต้า การจัดประเภทอัตโนมัติผ่าน DLP พร้อมให้บริการสำหรับลูกค้า Google Workspace Enterprise Standard, Enterprise Plus และ Education Plus

เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันเนื้อหาฟิชชิงและมัลแวร์สำหรับ Google ไดรฟ์

ลูกค้า Google Workspace ทุกคนจะได้รับประโยชน์จากการป้องกันใน Google Drive ที่ช่วยบล็อกเนื้อหาฟิชชิงและมัลแวร์จากผู้ใช้และองค์กรภายนอก ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราจะก้าวไปอีกขั้นโดยให้ผู้ดูแลระบบ Google Workspace ทุกคนใช้การป้องกันนี้สำหรับเนื้อหาภายในองค์กรของตน ซึ่งจะช่วยป้องกันภัยคุกคามจากภายในและข้อผิดพลาดของผู้ใช้ หากพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ไฟล์ที่เกี่ยวข้องจะถูกตั้งค่าสถานะและทำให้มองเห็นได้เฉพาะผู้ดูแลระบบและเจ้าของไฟล์เท่านั้น ซึ่งจะป้องกันการแชร์และลดจำนวนผู้ใช้ที่อาจได้รับผลกระทบจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม Google Workspace โดยทุกรุ่นจะมีการป้องกันเนื้อหาฟิชชิงและมัลแวร์แบบใหม่นี้

นวัตกรรมของ Google Workspace เหล่านี้ช่วยเสริมพันธกิจที่มีมาอย่างยาวนานในการปกป้องและรักษาความปลอดภัยในการทำงานร่วมกันทุกที่ ทุกเวลา ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้ลูกค้าของ Google ตระหนักถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ที่เชื่อถือได้ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดที่พัฒนาขึ้น การเข้ารหัสฝั่งไคลเอ็นต์เป็นการพัฒนาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Google Workspace

เพื่อรับคำปรึกษาในการใช้ Google Workspace สำหรับองค์กรรวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ของแทนเจอรีน

ได้ที่อีเมล marketing@tangerine.co.th หรือโทร 08-6788-4690 ได้ทันที

Share on social media

Tangerine Expertise

Related Solution

Google Workspace มีอะไรใหม่
calendar editor meet chatcloud highlight productivity workcloud highlight productivity work transformationgmail calendar editor meet

Protected: Google Workspace

There is no excerpt because this is a protected post.

Expand Interests

All and More

  • All
  • Apigee
  • Application Development
  • Business Transformation
  • Cisco
  • Converged Infrastructure
  • Dell EMC
  • Dialogflow (Chatbot)
  • Event
  • G Suite
  • Google Cloud
  • Google Cloud Platform
  • Google Maps Platform
  • Google Workspace
  • Highlight
  • Huawei
  • Hybrid Cloud & Multi Cloud
  • Knowledge
  • Networking
  • Productivity & Work Transformation
  • Security
  • Smart Business Analytics & AI
  • Storage & Data Protection
  • Success Story
  • VMware
All
  • All
  • Apigee
  • Application Development
  • Business Transformation
  • Cisco
  • Converged Infrastructure
  • Dell EMC
  • Dialogflow (Chatbot)
  • Event
  • G Suite
  • Google Cloud
  • Google Cloud Platform
  • Google Maps Platform
  • Google Workspace
  • Highlight
  • Huawei
  • Hybrid Cloud & Multi Cloud
  • Knowledge
  • Networking
  • Productivity & Work Transformation
  • Security
  • Smart Business Analytics & AI
  • Storage & Data Protection
  • Success Story
  • VMware
VMware Tanzu Pricing
HighlightVMware

Keys สำคัญเอาชนะใจลูกค้ายุคแห่งการสร้าง Customer Experience ด้วย Microservices

ปัจจุบันเศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมและความต้องการลูกค้าที่เปลี่ยนไวแค่ปลายนิ้วสัมผัส หลายองค์กร ธุรกิจ หรือแบรนด์ต่างต้องการตอบสนองให้ตรงใจลูกค้า เพื่อเพิ่มโอกาสทองทางการขาย โดยเลือกลงทุนปรับแผนธุรกิจออกแบบ Application ให้เป็นอิสระต่อกัน ง่ายต่อการดูแล และพัฒนาทดแทน หรือที่เรียกว่า ”ไมโครเซอร์วิส” (Microservices)

G SuiteGoogle CloudGoogle Workspace

เพิ่มประสิทธิภาพการจัดอบรมออนไลน์ด้วยฟังก์ชั่น Host Controls ใน Google Meet

การจัดอบรมในรูปแบบของ Virtual Conference เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ทุกองค์กรต้องเจอ ซึ่ง Google เข้าใจถึงความสำคัญ และปัญหาของการทำงานดังกล่าว จึงมีการพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ บน Google Meet เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถขับเคลื่อนและพัฒนารูปแบบการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ทุกการทำกิจกรรมบนโลกออนไลน์ เช่น ฟังก์ชัน Q&A ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการฝากคำถามระหว่างคลาสอบรม หรือฟังก์ชันสุดฮิตอย่าง Breakout rooms ในการแบ่งกลุ่มย่อยทำกิจกรรม เพื่อแบ่งกลุ่มทำ Focus group online และ discussion โดยที่ผู้จัดกิจกรรมไม่จำเป็นต้องสร้าง Meeting หลายๆ ห้อง ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ลดระยะเวลาและความซับซ้อนของการทำกิจกรรม

ApigeeGoogle Cloud

Change API behavior with Apigee Policies

Policies บน Apigee คือ module ที่ให้เรา customize เพื่อสามารถจัดการ capabilities ของ API ได้โดยง่าย ช่วยให้เราสามารถปรับ API behavior ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ซึ่ง Policies จะเป็น features ในด้านต่างๆ เช่น Traffic Management, Mediation และ Security เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถเขียน custom script (เช่น Node.js หรือ Python) ด้วย Extension Policies ได้อีกด้วย

HighlightVMware

สู่ยุคที่ธุรกิจขับเคลื่อนด้วย Application Software ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

ทุกวันนี้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมันเปลี่ยนไปแล้ว Behavior ของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวและเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนา App ที่เป็นที่นิยมกันในยุคสมัยนี้ให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า เพราะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการขายให้กับธุรกิจ

Dell EMCHighlight

ภัยคุกคามทาง Cyber ที่คุณอาจจะมองไม่เห็น

ปัจจุบัน การโจมตีทางไซเบอร์ (Cyber-attack) มีรูปแบบการโจมตีที่มากขึ้น มีหลากหลายรูปแบบการโจมตี ในการโจมตีระบบที่สำคัญขององค์กร ในปัจจุบัน ทุกคนสามารถตกเป็นเป้าหมายของ cyberattacks ได้ และ แนวโน้มว่าธุรกิจขนาดเล็กเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่พบบ่อยที่สุด โดยประมาณ 43% ของ cyberattacks มุ่งเป้าไปที่ธุรกิจขนาดเล็ก

Scroll to Top

ติดต่อ tangerine

Tel: +66 2 2855511   |   Email: info@tangerine.co.th




This website uses cookies to ensure you get the best experience on our website. View Privacy Policy