Gmail-Protection
How G Suite protects your data – Tangerine
ระบบอีเมลที่องค์กรของคุณใช้อยู่ มีข้อมูลสำคัญที่บ่งชี้ตัวตนบุคคลได้หรือไม่ ข้อมูลส่วนบุคคลลูกค้า, พนักงาน เช่น ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด หรือ ข้อมูลความลับของบริษัท เช่น ยอดขาย, แคมเปญการตลาด, รายละเอียดสินค้าใหม่, บัญชีธนาคารเป็นต้น ซึ่งหากข้อมูลเหล่านี้รั่วไหลออกไป อาจเกิดผลเสียในทางลบ อีเมลเป็นช่องทางการสื่อสารหลักของทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ แทนเจอรีนขอแนะนำ 3 วิธีป้องกันข้อมูลรั่วไหลด้วย G Suite

               หลายคนคงได้ยินข่าวคราวของการประกาศใช้ พระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2563 นี้ แน่นอนว่าบริษัทและองค์กรต่างได้รับผลกระทบ และต้องมีการเตรียมพร้อม เพื่อให้สามารถรับมือและป้องกันข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าหรือพนักงานในองค์กรไม่ให้รั่วไหลได้
               โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ คนในทำข้อมูลรั่วไหล และ คนนอกโจรกรรมข้อมูล

1. การป้องกันข้อมูลรั่วไหล (คนในทำข้อมูลรั่วไหล)

Gmail DLP

1.1 การตั้งค่า DLP บน Gmail (Content compliance และ Attachment Compliance)

ในฐานะผู้ดูแลระบบ G Suite คุณสามารถปฏิเสธข้อความขาออกที่อาจมี sensitive data ของบริษัท เช่น เมื่อตัวกรองขาออกพบคำว่า “ลับ” หรือ ตั้งการจับคู่ข้อมูล Meta กับช่วงที่อยู่ IP และกักเก็บข้อความจากที่อยู่ IP ที่อยู่นอกช่วงนั้น หรือกำหนดเส้นทางข้อความที่มีเนื้อหาตรงกับ String หรือรูปแบบข้อความบางอย่างจากแผนกกฎหมาย หรือ ปฏิเสธไฟล์แนบของอีเมลขาออกที่อาจมีข้อมูลละเอียดอ่อนของบริษัทด้วย ประเภทไฟล์ ชื่อไฟล์ เป็นต้น

1.2 การตั้งค่า DLP บน Drive*

คุณสามารถป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งาน แชร์ sensitive data ใน Google Drive ภายนอกองค์กรของคุณ โดยใช้กฎการป้องกันข้อมูลรั่วไหล (DLP) สแกนไฟล์เพื่อค้นหา sensitive data  เช่น หากผู้ใช้แชร์ไฟล์ที่มีบัญชีธนาคารหรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ระบบจะส่งอีเมลแจ้งเตือนถึงผู้ดูแล นอกจากนี้ยังเตือนผู้ใช้ได้เมื่อพยายามแชร์ไฟล์ หรือบล็อกทุกคนที่อยู่ภายนอกองค์กรไม่ให้เข้าถึงไฟล์ ไฟล์ที่แชร์เท่านั้นที่ได้รับการสแกน ได้ถึงในระบบ OCR

2. การป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ (คนนอกโจรกรรมข้อมูล)

Gmail 2 step Verify

2.1 เปิดการใช้งาน 2-step verification

การใช้งาน 2-step verification บนบริการของ Google ที่เพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ G Suite โดยการทำงานของระบบจะต้องการของ 2 สิ่งสำหรับยืนยันตัวตนของเรา อย่างแรกคือ “รหัสผ่าน” ที่เราเป็นคนตั้งเองจำเองรู้เองตั้งแต่ตอนที่เราสมัครใช้บริการ อย่างที่สองคือ “โทรศัพท์มือถือ” ที่เราเป็นเจ้าของ เมื่อผู้ใช้ลงทะเบียน 2-step verification เรียบร้อยแล้ว เมื่อผู้ใช้ Login เข้าสู่ระบบ โดยการกรอกรหัสผ่าน ระบบจะให้เรากรอกรหัสจากโทรศัพท์ แค่นี้บัญชีของคุณก็ได้เพิ่มการป้องกันจากอาชญากรแล้ว

               วิธีสร้างความปลอดภัยอีกระดับ ด้วยการป้องกันข้อมูลรั่วไหลผ่านระบบอีเมล ให้ช่องทางหลักของการสื่อสารธุรกิจลื่นไหล หมดห่วงเรื่องข้อมูลรั่วไหล เพียงแค่ 3 ขั้นตอน

  1. การตั้งค่า DLP บน Gmail
    – ป้องกันข้อมูลสำคัญขององค์กรไม่ให้รั่วไหลออกไป
  2. การตั้งค่า DLP บน Drive*
    – ตั้งค่า OCR สแกนไฟล์ก่อนถูกส่งออก แจ้งเตือนถึงผู้ดูแล บล็อคไม่ให้คนภายนอกเข้าถึงไฟล์
  3. เปิดการใช้งาน 2-step verification
    – เพิ่มความปลอดภัย ในการยืนยันตัวตนเข้าสู่ระบบ

Remark : การตั้งค่า DLP บน Drive* สามารถใช้ได้กับ G Suite Enterprise ขึ้นไป

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมคลิก Link
ติดต่อ google.sales@tangeine.co.th หรือ 08-6788-4690 ( Sales คุณนี )

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่นี่ หรือโทร 08-6788-4690 [ คุณนี ]

Suphawadee H.

Suphawadee H.

Google Cloud Solutions Specialist
google.sales@tangerine.co.th

Share on social media

Tangerine Expertise

Related Solution

Google Workspace มีอะไรใหม่
calendar editor meet chatcloud highlight productivity workcloud highlight productivity work transformationgmail calendar editor meet

Protected: Google Workspace

There is no excerpt because this is a protected post.

Expand Interests

All and More

  • All
  • Apigee
  • Application Development
  • Business Transformation
  • Cisco
  • Converged Infrastructure
  • Data Analytics
  • Dell EMC
  • Dell Technologies
  • Dialogflow (Chatbot)
  • Event
  • G Suite
  • Google Cloud
  • Google Cloud Platform
  • Google Maps Platform
  • Google Workspace
  • Highlight
  • Huawei
  • Hybrid Cloud & Multi Cloud
  • Knowledge
  • Networking
  • Productivity & Work Transformation
  • Security
  • Smart Business Analytics & AI
  • Storage & Data Protection
  • Success Story
  • Tenable
  • Thales
  • VMware
All
  • All
  • Apigee
  • Application Development
  • Business Transformation
  • Cisco
  • Converged Infrastructure
  • Data Analytics
  • Dell EMC
  • Dell Technologies
  • Dialogflow (Chatbot)
  • Event
  • G Suite
  • Google Cloud
  • Google Cloud Platform
  • Google Maps Platform
  • Google Workspace
  • Highlight
  • Huawei
  • Hybrid Cloud & Multi Cloud
  • Knowledge
  • Networking
  • Productivity & Work Transformation
  • Security
  • Smart Business Analytics & AI
  • Storage & Data Protection
  • Success Story
  • Tenable
  • Thales
  • VMware
เริ่มต้นใช้งานน Customer Data Platform
Data AnalyticsGoogle CloudHighlight

เปิดอาวุธลับธุรกิจ! CDP เครื่องมือสุดฮอต มัดใจลูกค้ายุค Digital

ยุค Digital 5.0 ยุคของปลาเร็วกินปลาช้า สร้างการแข่งขันทางธุรกิจเป็นอย่างมาก ทำให้เทคโนโลยีการตลาดขับเคลื่อนอย่างก้าวกระโดด ทำให้ธุรกิจต้องการรู้ข้อมูล insight ของลูกค้า และต้องการตอบสนองแบบทันท่วงที

CloudFlare
HighlightSuccess Story

“Tangerine” ตอกย้ำความสำเร็จของผู้นำทางด้าน Security กวาด 2 รางวัลใหญ่

ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา แทนเจอรีนมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการทำโซลูชันเกี่ยวกับ Security และแทนเจอรีนพิสูจน์ตัวเองด้วยการคว้ารางวัลการันตีความสำเร็จที่พร้อมพัฒนาโซลูชันเกี่ยวกับ Security ที่ครบทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

วิธีใช้ Google Data Studio
Data AnalyticsGoogle CloudGoogle Cloud Platform

Data Studio Tips! จะรู้ได้อย่างไรว่าใครใช้ Data Studio ในองค์กรเราบ้าง?

หลายองค์กรเริ่มมีการปรับตัวมาใช้ Business Intelligence แทนที่ Google Sheets หรือ Excel ในมุมของการทำ report กัน โดยมักจะใช้ Data Studio สำหรับทำ Dashboard เนื่องจากฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายแล้ว ยังใช้งานง่ายตอบโจทย์ธุรกิจค่อนข้างครบถ้วน ซึ่งเราก็ต้องการที่จะ Build ให้องค์กรของเราใช้ Dashboard ที่ทางทีม BI สร้างมาให้กับทุกคน แต่คำถามต่อมาคือเราจะทราบได้อย่างไรว่าใครในองค์กรเราใช้ Data Studio กันบ้างล่ะ วันนี้ทาง Tangerine มีทริคดีๆ มาเล่าให้ฟังกัน

CiscoSecurity

Smart Workplace Technology: ตัวช่วยในการทำงานแบบ Hybrid ให้ดียิ่งขึ้น!

หลาย ๆ องค์กร ต้องต้องปรับตัวเข้ากับการทำงานแบบ Hybrid Work ทั้ง Work From Home หรือ Work From Anywhere เนื่องจากสถานการณ์บังคับจากเหตุการณ์แพร่เชื้อโควิด แต่อย่างไรก็ตามปัญหาที่ตามมาคือ เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร และการมีส่วนร่วมของคนในองค์กร (Engagement) ที่ลดน้อยลงอย่างชัดเจน สิ่งที่องค์กรต้องเตรียมพร้อมคือ การสร้าง Hybrid Workplace (แบ่งการทำงานทั้งที่ออฟฟิศและที่บ้าน) เพื่อรองรับรูปแบบที่เปลี่ยนไป และรองรับวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง

Security

เตรียมรับมือภัยร้าย BlackByte Ransomware ให้องค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

นับตั้งแต่รัฐบาลได้เริ่มออกมาตรการล็อกดาวน์ องค์กรต่าง ๆ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสนับสนุนให้สามารถทำงานได้จากระยะไกลหรือการทำงานที่บ้าน ในจุดนี้เองจึงทำให้องค์กรจะต้องมีพื้นฐานการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ออกเป็นสองกลุ่ม ดังนี้

Scroll to Top

ติดต่อ tangerine

Tel: +66 2 2855511   |   Email: info@tangerine.co.th





      This website uses cookies to ensure you get the best experience on our website. View Privacy Policy