ไฮไลต์สำคัญ:
- ดีลยักษ์ใหญ่ 5 ปี: Liberty Global จับมือ Google Cloud นำพลังของ Gemini และ AI มายกระดับการให้บริการลูกค้ากว่า 80 ล้านรายในยุโรป
- อัปเกรดประสบการณ์ผู้ใช้: เตรียมฝัง AI ลงในกล่องทีวี Horizon ให้ค้นหาคอนเทนต์ได้ฉลาดขึ้น พร้อมแผนจำหน่ายอุปกรณ์ Google (Pixel/Smart Home) ให้ลูกค้าโดยตรง
- ปฏิวัติหลังบ้านด้วย AI: มุ่งสู่ “เครือข่ายอัตโนมัติ” (Autonomous Network) ที่ซ่อมแซมตัวเองได้ เพิ่มความเสถียรและความปลอดภัยของข้อมูล
- ขยายโอกาสธุรกิจใหม่: รุกตลาด SME ร่วมกัน และเตรียมใช้ Data Center ของ Liberty Global รองรับ Workload ของ Google Cloud
วันนี้ Liberty Global ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคม และ Google Cloud ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว 5 ปี เพื่อเร่งกระบวนการ Digital Transformation และนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ในวงกว้างกับการดำเนินงานทั่วยุโรป

ภายใต้ความร่วมมือครั้งใหม่นี้ ลูกค้าของ Liberty Global ซึ่งมีเครือข่ายการเชื่อมต่อกว่า 80 ล้านจุดทั่วยุโรป จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากบริการและอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini ของ Google โดยทั้งสองบริษัทจะทำงานร่วมกันในโครงการ “AI-first” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่าย (Scalability) ความปลอดภัย (Security) และประสิทธิภาพด้านต้นทุน รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ Data Center ของ Liberty Global เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน Cloud ที่เพิ่มสูงขึ้นของ Google
ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ครอบคลุมไปถึงพอร์ตโฟลิโอธุรกิจอื่นๆ ของ Liberty เช่น Atlas Edge, Formula E และ Liberty Blume โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Formula E ที่เพิ่งประกาศให้ Google Cloud เป็น “Principal Partner” และ “Official AI Partner” ไปเมื่อเร็วๆ นี้
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ 3 เสาหลักทางยุทธศาสตร์ ได้แก่
1. สร้างมูลค่าให้ลูกค้าด้วย AI (AI-driven customer value): เป็นการผสานพลัง AI ของ Google Cloud เข้ากับแบรนด์ผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำในเครือ Liberty Global (อาทิ Virgin Media O2 ในอังกฤษ, VodafoneZiggo ในเนเธอร์แลนด์ และ Sunrise ในสวิตเซอร์แลนด์) โดยจะมีการนำโมเดล Gemini เข้ามาใช้ในแพลตฟอร์ม Horizon TV เพื่อให้การค้นหาคอนเทนต์มีความเป็นธรรมชาติและอัจฉริยะยิ่งขึ้น รวมถึงนำไปใช้ในช่องทางดูแลลูกค้าเพื่อการตอบสนองที่รวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะนำผลิตภัณฑ์ของ Google เช่น สมาร์ทโฟน Pixel, Chromebooks และบริการ YouTube Premium มานำเสนอแก่ลูกค้าของ Liberty Global โดยตรง พร้อมทั้งเตรียมเปิดตัวโซลูชัน Smart Home ในอนาคต
หากคุณกำลังมองหาโซลูชั่น Google Cloud สำหรับองค์กรคุณ
Tangerine ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cloud Platform กว่า 15 ปี พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับคุณ
2. การปรับปรุงประสิทธิภาพคลาวด์ (Cloud optimization): ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันพัฒนาระบบปฏิบัติการเครือข่ายแบบอัตโนมัติ (Autonomous Network Operations) ที่สามารถตรวจจับปัญหาและแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ลดการพึ่งพามนุษย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเสถียรและคุณภาพการบริการ นอกจากนี้ยังจะมีการบริหารจัดการความจุเครือข่าย (Capacity) และพิจารณาใช้ Data Center ของ Atlas Edge (บริษัทร่วมทุนของ Liberty Global) เพื่อรองรับบริการของ Google Cloud เพิ่มเติม
3. โอกาสการเติบโตทางธุรกิจใหม่ (New growth opportunities): มุ่งเน้นการเจาะตลาดกลุ่ม SME ด้วยการนำเสนอโซลูชันด้านคลาวด์, ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และ AI ร่วมกัน นอกจากนี้ยังเล็งเห็นโอกาสในการสร้างรายได้จากข้อมูล (Data Monetization) ของฝั่งโทรคมนาคม โดยให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเป็นหลัก รวมถึงการต่อยอดนวัตกรรมดิจิทัลใน Formula E และ Liberty Blume เพื่อสร้างรายได้กระแสใหม่

www.telecomtv.com/content/ai/liberty-global-embeds-ai-with-google-cloud-54770/amp
Mike Fries ซีอีโอของ Liberty Global กล่าวว่า “การขยายความร่วมมือกับ Google Cloud ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การใช้พลังของ AI และ Cloud ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย แต่ยังเปิดโอกาสในการสร้างรายได้และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคหลายล้านคนในเครือของเรา”
ทางด้าน Tara Brady ประธาน Google Cloud ประจำภูมิภาค EMEA เสริมว่า “เป้าหมายของเรานั้นเรียบง่าย คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความซับซ้อนและส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าและพันธมิตร เรากำลังกระชับความสัมพันธ์กับ Liberty Global เพื่อส่งมอบโซลูชันที่จะเปลี่ยนโฉมประสบการณ์ลูกค้าและขับเคลื่อนความเป็นเลิศในการดำเนินงาน”

