วงการเทคโนโลยีต้องสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อ Perplexity สตาร์ทอัพดาวรุ่งด้าน AI ที่เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 3 ปี สร้างปรากฏการณ์ด้วยการประกาศยื่นข้อเสนอมูลค่ามหาศาลถึง 3.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขอซื้อกิจการเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของ Google แม้ Google จะยืนกรานปฏิเสธ แต่เดิมพันครั้งนี้ได้จุดชนวนการต่อสู้เพื่อควบคุม “ประตูบานหลักสู่อินเทอร์เน็ต” ขึ้นมาทันที ท่ามกลางพายุคดีผูกขาดที่ Google กำลังเผชิญอยู่
ข้อเสนอที่ “ใหญ่เกินตัว”?
ข้อเสนอมูลค่า 3.45 หมื่นล้านดอลลาร์นี้สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันสูงกว่ามูลค่าประเมินของ Perplexity เอง (1.8 หมื่นล้านดอลลาร์) เกือบสองเท่า อย่างไรก็ตาม ดมิทรี เชฟเลนโก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Perplexity ได้ยืนยันกับสำนักข่าว Bloomberg ว่า “มีกองทุนขนาดใหญ่หลายแห่งตกลงที่จะสนับสนุนทางการเงินสำหรับธุรกรรมนี้เต็มจำนวน” แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่แค่การสร้างกระแส แต่เป็นความพยายามที่จริงจัง

ขณะเดียวกัน มูลค่าที่แท้จริงของ Chrome ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียง โดยซีอีโอของ DuckDuckGo เคยให้การในชั้นศาลว่า Chrome อาจมีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ และบางการประเมินอาจสูงไปถึง 1 แสนล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
ทำไมต้องเป็น Chrome? ยุทธศาสตร์ของ Perplexity
การได้ครอบครอง Chrome ก็เหมือนกับการได้ถือกุญแจที่สามารถไขเข้าถึงผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 3.5 พันล้านคน ทั่วโลก ซึ่งจะพลิกสถานะของ Perplexity จากสตาร์ทอัพที่มีผู้ใช้ 30 ล้านคนต่อเดือน ให้กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในชั่วข้ามคืน

https://www.pcquest.com/artificial-intelligence/perplexity-launches-comet-9480524
แต่ลึกลงไปกว่านั้น คือความแตกต่างทางปรัชญา ซีอีโอของ Perplexity ได้วิพากษ์วิจารณ์โมเดลธุรกิจของ Google มาโดยตลอดว่า การที่ผลการค้นหาถูกครอบงำด้วยโฆษณาได้ทำลายประสบการณ์ของผู้ใช้งาน แผนการนี้จึงสอดคล้องกับการเปิดตัว Comet เบราว์เซอร์พลัง AI ของ Perplexity เอง ซึ่งถูกนิยามว่าเป็น “ระบบปฏิบัติการเชิงปัญญา (cognitive operating system)” ที่จะเปลี่ยนวิธีการโต้ตอบกับเว็บไปโดยสิ้นเชิง
จังหวะและโอกาสทองจากคดีประวัติศาสตร์
การยื่นข้อเสนอครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Google กำลังเปราะบางที่สุด หลังจากศาลสหรัฐฯ ได้มีคำตัดสินเมื่อเดือนเมษายน 2025 ว่า Google ผูกขาดตลาดเสิร์ชอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ได้เสนอมาตรการขั้นเด็ดขาดคือ “การบังคับให้ขายธุรกิจ Chrome” เพื่อ “หยุดยั้งการควบคุมจุดเชื่อมต่อการค้นหาที่สำคัญนี้อย่างถาวร”

https://techcrunch.com/2024/11/04/perplexity-ceo-offers-ai-companys-services-to-replace-striking-nyt-staff/
Perplexity จึงไม่รอช้า ชูตัวเองขึ้นมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยให้เหตุผลว่าการนำ Chrome มาอยู่ภายใต้การบริหารที่เป็นอิสระนั้น คือ “ประโยชน์สูงสุดของสาธารณชน” ซึ่งเป็นการเดินเกมที่สอดรับกับความต้องการของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างพอดิบพอดี คดีนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดของ Big Tech นับตั้งแต่คดีของ Microsoft ในปี 2001 ซึ่งผลของคดีในครั้งนั้นได้เปิดทางให้เกิดการแข่งขันในตลาดเบราว์เซอร์และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Chrome เติบโตขึ้นมาได้
Google สู้ยิบตา เหตุผลที่ไม่ยอมปล่อย “Google Chrome”

https://www.britannica.com/money/Sundar-Pichai
ในมุมของ Google, ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของบริษัท ได้ให้การในชั้นศาลว่า Chrome ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ แต่เป็น “หัวใจในยุทธศาสตร์” ของบริษัท การบังคับให้ขาย Chrome จะส่งผลกระทบลูกโซ่ที่คาดไม่ถึง และเปิดทางให้คู่แข่งสามารถทำวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse-engineer) เทคโนโลยีของพวกเขาได้ เขายังย้ำว่า Google คือผู้ที่ลงทุนในเทคโนโลยีเบื้องหลัง Chrome มากที่สุด โดยโค้ดกว่า 90% ของโครงการโอเพนซอร์ส Chromium มาจากการพัฒนาของ Google แต่เพียงผู้เดียว
ข้อเสนอที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด
เพื่อทำให้ข้อเสนอนี้เป็นที่ยอมรับและลดแรงต้าน Perplexity ได้ยื่นเงื่อนไขที่น่าสนใจเข้ามาด้วย:
- ทุ่มทุนพัฒนาต่อ: สัญญาว่าจะอัดฉีดเงินลงทุนอีก 3 พันล้านดอลลาร์ ในอีกสองปีข้างหน้าเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี Chromium และรักษาสถานะโอเพนซอร์สไว้ดังเดิม
- ไม่หักหาญทางธุรกิจ: ไพ่ใบสำคัญที่สุดคือ Perplexity เสนอว่าจะยังคงให้ Google เป็นเสิร์ชเอนจินหลักของ Chrome ตามเดิม ในช่วงแรก ซึ่งเป็นการลดผลกระทบต่อธุรกิจโฆษณาของ Google โดยตรง และทำให้ข้อเสนอดูเป็นมิตรมากขึ้น
เดิมพันครั้งใหญ่ในสมรภูมิที่ไม่ได้มีแค่สองคน
อนาคตของ Chrome ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่ที่ต้องรอคำตัดสินสุดท้ายจากศาล แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายอาจยืดเยื้อต่อไปอีกหลายปี แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การเคลื่อนไหวของ Perplexity ครั้งนี้ก็ได้ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งวงการ และประกาศว่าพวกเขาพร้อมที่จะเป็นผู้เล่นคนสำคัญในสนามรบแห่งอนาคต ที่ไม่ได้มีเพียง Google และ OpenAI อีกต่อไป
Source : https://aimagazine.com/news/why-perplexity-has-offered-to-buy-google-chrome-for-34-5bn

