ท้าทายการทำงานแบบ Hybrid Workspace ด้วย Cisco SecureX

Cisco Securex ราคา
ท้าทายการทำงานแบบ Hybrid Workspace ด้วย Cisco SecureX
Simplify Security with Cisco SecureX ในยุคของการทำ Business แบบ New normal ที่กำลังพูดกันถึงว่าลูกค้าของเรากำลังประสบกับความท้าทายในรูปแบบใหม่ๆ โดยการเข้าไปสู่สิ่งที่เรียกว่า Hybrid workspace

ซึ่ง Users เองสามารถที่จะนั่งทำงานที่บ้านโดย Remote เข้าไปยัง Office ซึ่งจะก่อให้เกิด Workload จำนวนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบน On-premise, Cloud, หรือ Internet เป็นต้น โดยจะมีอยู่ 3 ประเด็นหลักๆ ที่ควรจะพิจารณา มีดังนี้

Cisco Security

อันดับแรก  คือเรื่องของการ Verify user identity วิธีการที่ Hacker ใช้กันบ่อยๆ คือการขโมย Password เพราะเป็นวิธีการที่ง่ายมากๆ ที่จะเข้าสู่ระบบของเหยื่อ เมื่อเทียบกับการที่จะต้องไปเจาะระบบ Firewall หรือแม้กระทั่งระบบ Physical security ของเหยื่อ ซึ่งมันยากกว่ามาก แล้วหลังจากที่เข้าสู่ระบบได้แล้ว Hacker จะทำ Lateral movement ไปยังส่วนต่างๆ ของ Network ได้อย่างง่ายดาย

เรื่องที่สอง คือ Enable secure access ซึ่งจะต้องแน่ใจให้ได้ว่าที่ทุกจุดของระบบ ไม่ว่าจะเป็น Campus network, Data center network หรือแม้กระทั่งระบบ Remote access network ซึ่งการเข้าถึงในทุกๆ ที่จะต้องทำให้มีความปลอดภัยที่สูงสุด

สุดท้าย เพื่อปกป้องการโจมตีจากภายนอกนั้น  ไม่ได้ขึ้นอยู่กับที่ใดที่หนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่แค่เรื่องของ Endpoint, Perimeter, Cloud หรือ Enterprise network แต่ต้องเป็นการปกป้องทั้ง Environment แบบ Holistic perspective นั่นเอง

และนี่จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ทาง Cisco เองเน้นย้ำความสำคัญ และนำเสนอ Solutions นี้ที่เกี่ยวกับ Secure remote worker ด้วยเทคโนโลยีที่มีชื่อเรียกว่า Cisco SecureX เพื่อช่วยให้ลูกค้าของ Cisco นั้น สามารถที่จะจัดการกับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Cisco ได้ใช้ Ground up approach ในการจัดการในระดับของ Platform ซึ่งจะต้องสามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง 3 ประเด็นหลักๆ โดยจะสามารถ Inline ไปกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการหรือความท้าทายต่างๆ ที่ลูกค้ากำลังเผชิญหน้าอยู่ในทุกวันนี้

Cisco SecureX Tangerine

อันดับแรกเลยจะต้องเป็นสิ่งที่สามารถใช้งานได้ง่ายมากๆ รวมรวมให้เกิดการพิจารณาง่าย ไม่ใช่การแสดงผลในหลายๆ Dashboard ที่แยกแต่ละอุปกรณ์ที่ลูกค้ามีอยู่ในระบบ

ข้อสอง จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า Visibility ดั่งคำพูดที่ว่า “You can’t protect what you can’t see” กล่าวคือ Cisco พยายามทำให้มั่นใจได้ว่า ลูกค้านั้นมี Visibility across the board และเมื่อเราได้ทำการ Correlate ข้อมูลเหล่านั้นเข้าด้วยกันแล้ว จะทำให้ลูกค้าสามารถ Detect threats ได้ ส่งผลให้สามารถ Respond ต่อ Threats เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

ข้อสุดท้ายคือเรื่องของ Efficiency หรือประสิทธิภาพ ซึ่งตอนนี้ Cisco มีลูกค้าจำนวนมากที่มี Security product หลายๆ ยี่ห้ออยู่ในระบบ ซึ่งทำงานโดยการส่ง Log จาก Telemetry ต่างๆ เข้ามาสู่ระบบของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่ทางลูกค้าต้องการมากที่สุดก็คือ ต้องการที่จะหยุด Threats ที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุดและไม่อยากเสียเวลามานั่งดูที่ Telemetry ต่างๆ เหล่านี้แยกทีละตัว จากนั้นก็อยากที่จะ Respond ได้อย่างทันท่วงทีในรูปแบบที่เป็นอัตโนมัติที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

เพราะฉะนั้นเรื่องสุดท้ายที่ว่าด้วยเรื่องของ Efficiency จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ที่ลูกค้าต้องการนั่นเอง

Cisco SecureX ตัวแทนจำหน่าย

อย่างที่ได้เรียนไปก่อนหน้าว่าสิ่งที่ Cisco ทำคือการใช้ Platform approach จาก Security portfolio ทั้งหมด ประกอบไปด้วย Network, Endpoint, Cloud edge, และ Application แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะเน้นย้ำเลย คือเรื่องของ Talos ซึ่ง Talos คือองค์กรที่ทำการ Research เกี่ยวกับ Cybersecurity ทำการ Research threats ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยตัว Talos เองจะมีการ Load ข้อมูล Telemetry จาก Email ไปยัง Web ไปยัง DNS แม้กระทั่ง Router & Switches เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านั้นสามารถใช้งานข้อมูล Telemetry เหล่านี้ร่วมกับข้อมูล Visibility ทั้งหลาย เพื่อปกป้องการโจมตีจาก Threats ต่างๆ ที่มีการเกิดขึ้นใหม่ ในยุคปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ต่อไปจะมาพูดถึงตัวสถาปัตยกรรมของ Cisco SecureX กัน ดังนี้

Cisco SecureX ฟีเจอร์

เริ่มจากทางด้านซ้ายมือสุดคือ รายการของ Cisco security applications ต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบของเรา ยกตัวอย่างเช่น Network, Endpoint, Cloud, และ Applications 

ในส่วนของตรงกลางจะเป็น Dashboard ซึ่งเป็นที่ที่สามารถมองเห็นอุปกรณ์ Cisco security ทั้งหมด หรือ 3rd party applications รวมถึง Security control ต่างๆ ทั้งหมดที่ลูกค้ามี ซึ่งสามารถที่จะปรับเปลี่ยนเมนูได้ตามใจชอบ โดยจะทำให้ลูกค้าสามารถที่จะมองเห็นข้อมูลในสิ่งที่เค้าต้องการที่จะเห็น และเป็นประโยชน์กับลูกค้าเองจริงๆ เพื่อช่วยในการตอบโจทย์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับด้านขวามือของจอภาพ ให้คิดว่าเป็นเหมือนกับ News feed สำหรับ Security ซึ่งเป็นจุดที่จะได้รับข้อมูลจาก Threats intelligence ซึ่งก็คือ Talos ไม่เพียงแต่ Talos เท่านั้น เรายังสามารถรับ Feed จาก 3rd party applications ต่างๆ ได้อีกด้วย

ส่วนสุดท้าย คือด้านล่างเป็นส่วนที่ Cisco เรียกว่า Ribbon ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่า Cisco security aware application ที่จะติดตามเราไปในทุกๆที่เมื่อ Move จาก SecureX ไปยัง Firewall หรือจาก SecureX ไปยัง DNS หรืออุปกรณ์ Cisco security อื่นๆ โดยจะนำ Context ที่ Cisco SecureX ติดตามไปด้วย เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำ Investigation, Analytics, รวมถึง Policy orchestration & automation เป็นต้น

สุดท้ายนี้ สำหรับสิ่งที่เป็น Key values ของ Cisco SecureX ที่เป็น Key messages takeaway มีดังนี้

Cisco SecureX คืออะไร

Simplicity – ได้นำทุกๆ อย่างที่ลูกค้าต้องการมาอยู่ใน Platform เดียวกัน โดยออกแบบให้บริหารจัดการได้ง่าย ซึ่งสามารถทำงานได้ทั้งหมดผ่าน Cisco SecureX เพียงตัวเดียวเท่านั้น และการติดตั้งระบบ Cisco SecureX โดยเริ่มต้นจากศูนย์ให้พร้อมใช้งานได้ในเวลาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น

Visibility –  Cisco SecureX ทำให้เห็น Cisco security portfolio รวมถึง Ecosystem applications ต่างๆ ทั้งหมด และยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถทำการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ผ่านทาง Custom built API integration ได้อีกด้วย

Efficiency – เข้ามาช่วยในเรื่องของ Workload saving ได้เป็นอย่างดี เปรียบเทียบจากการที่สามารถทำงานทุกอย่างภายใต้ Platform เดียว เมื่อเทียบกับการตัองบริหารจัดการผ่านหลายๆ Management platform ดังจะเห็นได้จากตัวเลขที่ปรากฏออกมาว่า สามารถประหยัดเวลาในการทำงานลงได้มากถึง 85% หรือมากกว่านั้น เป็นต้น

หากคุณสนใจบริการหรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม
ติดต่อเราได้ที่ info@tangerine.co.th หรือโทร 02 285 5511
ท่านจะได้รับคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน

Share on social media

Expand Interests

All and More

  • All
  • Apigee
  • Application Development
  • Business Transformation
  • Cisco
  • Converged Infrastructure
  • Dell EMC
  • Dialogflow (Chatbot)
  • Event
  • G Suite
  • Google Cloud
  • Google Cloud Platform
  • Google Maps Platform
  • Google Workspace
  • Highlight
  • Huawei
  • Hybrid Cloud & Multi Cloud
  • Knowledge
  • Networking
  • Productivity & Work Transformation
  • Security
  • Smart Business Analytics & AI
  • Storage & Data Protection
  • Success Story
  • VMware
All
  • All
  • Apigee
  • Application Development
  • Business Transformation
  • Cisco
  • Converged Infrastructure
  • Dell EMC
  • Dialogflow (Chatbot)
  • Event
  • G Suite
  • Google Cloud
  • Google Cloud Platform
  • Google Maps Platform
  • Google Workspace
  • Highlight
  • Huawei
  • Hybrid Cloud & Multi Cloud
  • Knowledge
  • Networking
  • Productivity & Work Transformation
  • Security
  • Smart Business Analytics & AI
  • Storage & Data Protection
  • Success Story
  • VMware
Google CloudGoogle Maps Platform

Coding ยังไงให้ตอบโจทย์? Locator Plus จาก Google Maps Platform มีคำตอบ

สวัสดีผู้ใช้งาน Google Maps Platform ทุกท่าน ถ้าพูดถึงวิธีการเรียกใช้งาน API Service ต่างๆ ของ Google Maps Platform ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อเรียกความสามารถของ Google Maps ไปใส่ในแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นมา ผู้พัฒนาโปรแกรม(Developer) ทุกท่านคงทราบกันดีว่า วิธีการเรียกใช้ คือการ Coding ด้วยภาษา ไม่ว่าจะเป็น JavaScript API หรือ SDK ต่างๆ ซึ่งทุกท่านมีความเชี่ยวชาญในการทำงานตรงส่วนนี้อยู่แล้ว

G SuiteGoogle CloudGoogle Workspace

กำหนดการบังคับเปลี่ยนแปลง Package G Suite เป็น Google Workspace

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563 Google ได้เปิดตัว Google Workspace ใหม่ มาแทนที่ G Suite ระบบเดิม ขณะนี้ Google ได้มีแผนการที่จะปรับ Package ของลูกค้าปัจจุบันที่ใช้งาน G Suite ให้เป็น Google Workspace โดยอัตโนมัติ มีช่วงเวลาตามตารางดังต่อไปนี้

Security

OWASP Top 10 : Update 10 อันดับการโจมตี Web Application ปี 2021

OWASP หรือ Open Web Application Security Project คือ มาตราฐานความปลอดภัยของเว็บแอปพลิเคชัน ได้ทำการจัดอันดับช่องโหว่ที่มีความรุนแรง และพบเจอได้บ่อยในเว็บแอปพลิเคชัน 10 อันดับขึ้นมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันทั่วโลก ได้รับการยึดถือเป็นมาตรฐานการตรวจสอบช่องโหว่เว็บแอปพลิเคชัน ที่อธิบายรายละเอียดของช่องโหว่ที่พบได้บ่อยและมีความรุนแรง 10 อันดับแรกขึ้นมา เชิญอัปเดตรายละเอียดแต่ละช่องโหว่ ได้ดังนี้

CiscoSecurity

Slido is Now Integrated with Webex Meeting

ด้วยรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปเป็นแบบ Hybrid Work การประชุมแบบ Virtual Meeting ถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในปัจจุบัน Webex จึงได้นำเอา Feature ของ Slido ซึ่งเป็น Interactive Platform มาเพิ่มเติมลงบน Webex Meeting เพื่อเพิ่ม User experiences ในการประชุมให้ดียิ่งขึ้น และลดช่องว่างในการสื่อสารระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำ Polls, Quizzes หรือ Q&A ได้โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนหน้าจอ หรือสลับเครื่องมือในการทำงาน และยังช่วยให้ผู้ฟังสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทางเครื่องมือต่างๆ ได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

Dell EMCHighlight

PowerStore All-Flash : Make It Simpler and More Intelligent

เดลล์เทคโนโลยี ได้ออกผลิตภัณฑ์ Dell EMC PowerStore แบบ All-Flash รุ่นใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการภายในศูนย์ดาต้าเซนเตอร์ ให้รองรับ Workloads ระบบงาน Virtualize และ Container ได้มากขึ้น

Scroll to Top

ติดต่อ tangerine

Tel: +66 2 2855511   |   Email: info@tangerine.co.th




This website uses cookies to ensure you get the best experience on our website. View Privacy Policy