Keys สำคัญเอาชนะใจลูกค้ายุคแห่งการสร้าง Customer Experience ด้วย Microservices

VMware Tanzu Pricing
Keys สำคัญเอาชนะใจลูกค้ายุคแห่งการสร้าง Customer Experience ด้วย Microservices
ปัจจุบันเศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมและความต้องการลูกค้าที่เปลี่ยนไวแค่ปลายนิ้วสัมผัส หลายองค์กร ธุรกิจ หรือแบรนด์ต่างต้องการตอบสนองให้ตรงใจลูกค้า เพื่อเพิ่มโอกาสทองทางการขาย โดยเลือกลงทุนปรับแผนธุรกิจออกแบบ Application ให้เป็นอิสระต่อกัน ง่ายต่อการดูแล และพัฒนาทดแทน หรือที่เรียกว่า ”ไมโครเซอร์วิส” (Microservices)

Microservices ไม่เหมาะกับทุกองค์กรหรือทุกแอปพลิเคชัน หากดําเนินการไม่ถูกต้องสถาปัตยกรรม Microservices อาจส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น ดังนั้นหากคุณกําลังคิดที่จะเริ่มที่จะมาใช้ Microservices ควรจะพิจารณาคําถามสําคัญเหล่านี้

สิ่งที่ควรทราบหากคุณกําลังพิจารณาสถาปัตยกรรม microservices

Microservice Checklists

  • พร้อมที่จะกําจัดการทำงานแบบ Silo และมีทีมที่พอเพียงที่สร้างและให้บริการหรือไม่?
  • สามารถใช้ Pipeline เข้ามาจัดการ Change Management แบบ automatic ได้หรือไม่?
  • มีนักพัฒนาที่ให้ความร่วมมือที่จะพยายามมาใช้ไมโครเซอร์วิสทุกแอปพลิเคชันหรือไม่?
  • แอปพลิเคชันหลักที่ต้องการเปลี่ยนให้บริการฟังก์ชั่นที่สําคัญทางธุรกิจหรือไม่?
  • บริการของคุณทำงานแบบประสานกันหรือไม่?
  • มีทีมงานที่อุทิศตนและงบประมาณในการลงทุนในไมโครเซอร์วิสหรือไม่?
  • การแก้ไขหรืออัพเกรดเครื่องที่ระบบใช้งานอยู่ สามารถทำได้ยากหรือไม่?
  • มันยากที่จะทําให้ Microservices หลายสิบเครื่องทันสมัย (Up to date) ด้วยการกําหนดค่าแอปพลิเคชันล่าสุดหรือไม่?

เริ่มต้นเปลี่ยน Monolithic มาเป็น Microservices

Step 1: เริ่มต้นด้วย Monolithic

เราเชื่อว่า Monolithic เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการทำ application ในระยะแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปมีนักพัฒนาเริ่มใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ code เพิ่มขึ้นจนถึงจุดๆ หนึ่ง ปัญหาจะเริ่มขึ้น เกิดความซับซ้อน ทรัพยากรที่ใช้อยู่เริ่มแน่นเกินไป (ไม่พอ) และไม่ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพราะนักพัฒนาต้องคอยดูแลรักษาแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานดั้งเดิมไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งนั่นคือตอนที่องค์กรของคุณจะเริ่มหันไปหา Microservices

 

Step 2: ค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องและแยกออกมา

กุญแจสําคัญในการเปลี่ยนจาก Monolithic มาเป็น Microservices คือการหา “ขอบเขต” ของแอปพลิเคชันเพื่อให้คุณรู้บริบท จากนั้นคุณต้องนําบริบทที่ถูกผูกไว้ออกจากแอปพลิเคชัน แต่ก่อนอื่นคุณต้องค้นหาว่าใครบ้างที่เข้ามาเรียก application และหาว่าใครกําลังเรียกขาเข้าและขาออก มีส่วนไหนบ้างที่สัมพันธ์กัน? ข้อจํากัดคืออะไร? 

สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจถึงการความสัมพันธ์และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นคุณสามารถเริ่มทำ API ของแต่ละ service และนำมาผูกไว้ออกไปยังแอปพลิเคชันของตัวเอง

 

Step 3: Refactoring code

Refactor Code ใน Monolithic Application เพื่อให้ส่วนที่จะแยก ไม่มี Dependency กับส่วนอื่นๆ ที่จะไม่ถูกแยกออกมา สําหรับการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้ง เรามักจะต้องค้นหาก่อนว่าอะไรที่เกี่ยวข้องที่จะทำให้เกิดข้อผิดพลาด (error) นี่เป็นวิธีแรกที่ช่วยในการแก้ปัญหาการรีแฟคเตอร์ การทําความเข้าใจผลลัพธ์ในแต่ละจุด 

วิธีการปรับใช้ Microservices

  1. เลือกโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์หรือบริการ Kubernetes บนคลาวด์เพื่อเปิดใช้งานไมโครเซอร์วิส เชื่อมต่อกันด้วย REST API ดังนั้นไมโครเซอร์วิสจํานวนมากจึงสามารถทํางานร่วมกันได้ในแอปพลิเคชันเดียว
  2. เนื่องจากโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้ไมโครเซอร์วิสเป็นระบบแบบกระจายที่โดยปกติจะทํางานมากกว่าหนึ่งกระบวนการ จึงเลือกโปรโตคอลการสื่อสาร (เช่น HTTP, AMQP หรือ TCP)
  3. หลีกเลี่ยงการพึ่งพาที่เก็บข้อมูลเดียวกันเพื่อลดความซับซ้อนและกระจายอํานาจของข้อมูล สิ่งนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกแอปพลิเคชันจะไม่หยุดทํางานหากจําเป็นต้องอัพเกรดหรือแก้ไขฐานข้อมูล
  4. แยกวิธีการควบคุมรหัสเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เมื่อคุณใช้ REST API ความปลอดภัยจะถูกสร้างขึ้นผ่าน SSL
  5. ใช้ CI/CD และการปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานโดยอัตโนมัติ (Infrastructure as code) เพื่อ scale ระบบโดยอัตโนมัติ
  6. ตรวจสอบและแก้ไขปรับปรุง code ที่ใช้ในไมโครเซอร์วิสอย่างต่อเนื่อง

 หากคุณสนใจบริการ หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม

ติดต่อเราได้ที่ marketing@tangerine.co.th หรือเบอร์ 02-285-5511

ท่านจะได้รับคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน

Share on social media

Expand Interests

All and More

  • All
  • Apigee
  • Application Development
  • Business Transformation
  • Cisco
  • Converged Infrastructure
  • Dell EMC
  • Dialogflow (Chatbot)
  • Event
  • G Suite
  • Google Cloud
  • Google Cloud Platform
  • Google Maps Platform
  • Google Workspace
  • Highlight
  • Huawei
  • Hybrid Cloud & Multi Cloud
  • Knowledge
  • Networking
  • Productivity & Work Transformation
  • Security
  • Smart Business Analytics & AI
  • Storage & Data Protection
  • Success Story
  • VMware
All
  • All
  • Apigee
  • Application Development
  • Business Transformation
  • Cisco
  • Converged Infrastructure
  • Dell EMC
  • Dialogflow (Chatbot)
  • Event
  • G Suite
  • Google Cloud
  • Google Cloud Platform
  • Google Maps Platform
  • Google Workspace
  • Highlight
  • Huawei
  • Hybrid Cloud & Multi Cloud
  • Knowledge
  • Networking
  • Productivity & Work Transformation
  • Security
  • Smart Business Analytics & AI
  • Storage & Data Protection
  • Success Story
  • VMware
Data Governance
Google CloudGoogle Cloud Platform

Data Governance กับการควบคุมสิทธิ์เน็ตเวิร์คภายนอกองค์การในการเข้าถึง BigQuery

Security เป็นเรื่องสำคัญพื้นฐานขององค์กรที่ต้องมีการกำกับดูแลให้เป็นไปตามนโยบายของแต่ละแห่ง รวมถึงต้องสอดคล้องกับ PDPA ในปัจจุบันด้วย เมื่อพูดถึงเรื่อง security แต่เดิมอาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องของ application หรือ infrastructure เพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันนั้น data กลับมีค่าและสำคัญยิ่งกว่า จึงจำเป็นต้องมี security มากำกับดูแลไม่ต่างกัน

Google CloudGoogle Maps Platform

Coding ยังไงให้ตอบโจทย์? Locator Plus จาก Google Maps Platform มีคำตอบ

สวัสดีผู้ใช้งาน Google Maps Platform ทุกท่าน ถ้าพูดถึงวิธีการเรียกใช้งาน API Service ต่างๆ ของ Google Maps Platform ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อเรียกความสามารถของ Google Maps ไปใส่ในแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นมา ผู้พัฒนาโปรแกรม(Developer) ทุกท่านคงทราบกันดีว่า วิธีการเรียกใช้ คือการ Coding ด้วยภาษา ไม่ว่าจะเป็น JavaScript API หรือ SDK ต่างๆ ซึ่งทุกท่านมีความเชี่ยวชาญในการทำงานตรงส่วนนี้อยู่แล้ว

G SuiteGoogle CloudGoogle Workspace

กำหนดการบังคับเปลี่ยนแปลง Package G Suite เป็น Google Workspace

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563 Google ได้เปิดตัว Google Workspace ใหม่ มาแทนที่ G Suite ระบบเดิม ขณะนี้ Google ได้มีแผนการที่จะปรับ Package ของลูกค้าปัจจุบันที่ใช้งาน G Suite ให้เป็น Google Workspace โดยอัตโนมัติ มีช่วงเวลาตามตารางดังต่อไปนี้

Security

OWASP Top 10 : Update 10 อันดับการโจมตี Web Application ปี 2021

OWASP หรือ Open Web Application Security Project คือ มาตราฐานความปลอดภัยของเว็บแอปพลิเคชัน ได้ทำการจัดอันดับช่องโหว่ที่มีความรุนแรง และพบเจอได้บ่อยในเว็บแอปพลิเคชัน 10 อันดับขึ้นมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันทั่วโลก ได้รับการยึดถือเป็นมาตรฐานการตรวจสอบช่องโหว่เว็บแอปพลิเคชัน ที่อธิบายรายละเอียดของช่องโหว่ที่พบได้บ่อยและมีความรุนแรง 10 อันดับแรกขึ้นมา เชิญอัปเดตรายละเอียดแต่ละช่องโหว่ ได้ดังนี้

CiscoSecurity

Slido is Now Integrated with Webex Meeting

ด้วยรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปเป็นแบบ Hybrid Work การประชุมแบบ Virtual Meeting ถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในปัจจุบัน Webex จึงได้นำเอา Feature ของ Slido ซึ่งเป็น Interactive Platform มาเพิ่มเติมลงบน Webex Meeting เพื่อเพิ่ม User experiences ในการประชุมให้ดียิ่งขึ้น และลดช่องว่างในการสื่อสารระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำ Polls, Quizzes หรือ Q&A ได้โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนหน้าจอ หรือสลับเครื่องมือในการทำงาน และยังช่วยให้ผู้ฟังสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทางเครื่องมือต่างๆ ได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

Scroll to Top

ติดต่อ tangerine

Tel: +66 2 2855511   |   Email: info@tangerine.co.th




This website uses cookies to ensure you get the best experience on our website. View Privacy Policy